ประธานาธิบดีมิเชล เทเมอร์ ของบราซิล เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉิน เพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีฉาวเรื่องเนื้อเน่า ที่กำลังทำลายภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมเนื้อแช่แข็งในประเทศ โดยมีการเชิญคณะทูตต่างชาติ เข้าร่วมรับฟังคำชี้แจงด้วย
นายเทเมอร์เน้นย้ำว่า รัฐบาลยังมีความเชื่อมั่นในคุณภาพและความสะอาดของเนื้อแช่แข็งในประเทศ เนื่องจากสินค้ายังเป็นที่ต้องการและได้รับการยอมรับในตลาดโลก ขณะที่ผู้ส่งออกเนื้อที่มีปัญหา ก็ถือเป็นเพียงส่วนน้อย เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเนื้อทั้งหมด และเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของตนเอง นายเทเมอร์ได้เชิญคณะทูตร่วมรับประทานสเต็ก เพื่อพิสูจน์คุณภาพของเนื้อด้วย โดยมีทูต 19 คน จากทั้งสิ้น 33 คน ที่ตอบรับคำเชิญดังกล่าว
กรณีฉาวเนื้อเน่า มีที่มาจากปฏิบัติการบุกค้นโรงงานเนื้อสัตว์แช่แข็งเกือบ 200 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่พบเบาะแสว่า มีบริษัทผลิตเนื้อแปรรูปมากกว่า 30 แห่ง ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ลดความเข้มงวดในการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า จนทำให้มีเนื้อเน่าปะปนไปกับสินค้าส่งออกมานานหลายปีแล้ว นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าบางบริษัทยังใช้สารก่อมะเร็งในการตกแต่งเนื้อวัวเสื่อมคุณภาพ เพื่อให้สามารถส่งออกได้อีกด้วย ผลจากการบุกค้น เจ้าหน้าที่จับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ 30 คน และสั่งพักงานเจ้าหน้าที่รัฐ 33 คน ที่รับสินบน ส่วนโรงงานเนื้อที่ไม่ได้มาตรฐาน ขณะนี้ถูกสั่งปิดไปแล้ว 3 แห่ง และอีก 21 แห่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
สำหรับบราซิล ถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกเนื้อวัวรายใหญ่ของโลก มีตลาดหลักๆอยู่ในสหรัฐ จีน และอียู สร้างรายได้เข้าประเทศได้ถึงปีละ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ