จากกรณีการจัดกิจกรรม “ชวนกินปลา” ในพื้นที่บ้านเกาะยาง หมู่ 9 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โดยมีนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าปลาในพื้นที่ปลอดภัยบริโภคได้ตามปกติ แต่ปรากฎว่ามีเสียงวิจารณ์ตั้งแต่งานยังไม่เริ่มว่าเป็นการแก้ปัญหาตรงจุดหรือไม่ เนื่องจากงานนี้จัดใน อ.ประจันตคาม ซึ่งไม่ได้เป็นพื้นที่เลี้ยงปลากระชัง และเป็นพื้นที่ที่ไม่มีโรงงานฝังกลบหรือโรงงานรีไซเคิลขยะอุตสาหกรรมประเภท 105 และ 106
ล่าสุด ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อธิบายเส้นทางน้ำที่เชื่อมโยงไปถึงสถานที่จัดงานชวนกินปลาว่า หากดูจากทิศทางการไหลของน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี น้ำจะไหลจาก อ.กบินทร์บุรี ไปอ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตคาม และอ.เมือง โดยก่อนหน้านี้ที่กรมควบคุมมลพิษตรวจเจอค่าอะลูมิเนียมปนเปื้อนในน้ำพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี แถวแควพระปรง ค่าสูงถึง 3.54 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนบริเวณต้นน้ำปราจีนบุรี แถวศรีมหาโพธิ ค่าอะลูมิเนียมอยู่ที่ 0.8 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งค่ามาตรฐานจริงๆ ต้องไม่เกิน 0.1 ถึง 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร เท่านั้น
ส่วนข้อมูลของสำนักงานประมงจังหวัดปราจีนบุรี ที่ก่อนหน้านี้ยืนยันผลตรวจปลาว่าไม่พบโลหะหนัก แคดเมียม ปรอท ตะกั่ว เกินมาตรฐานเลย ตนตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมการตรวจครั้งนั้นถึงไม่ได้ตรวจอะลูมิเนียมในเนื้อปลาเลย ทั้งที่อะลูมิเนียมในน้ำค่อนข้างสูงมาก
ทั้งนี้ ดร.สนธิ มองว่า หากทางจังหวัดต้องการโชว์กินปลาจริงๆ ควรจับปลาจากแควพระปรง และกระชังปลาแม่น้ำช่วงอำเภอกบินทร์บุรี ที่พบค่าอะลูมิเนียมสูง มาลองกิน ตั้งแต่ส่วนหัว เหงือกปลา ไข่ปลา และหนังปลา เพราะบริเวณดังกล่าวอะลูมิเนียมสะสมอยู่จำนวนมาก ส่วนปลาแถวอำเภอเมืองนั้นไม่ใช่จุดที่น่าเป็นห่วง จึงไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้จริง
ดร.สนธิ บอกอีกว่า ปกติแล้วอะลูมิเนียมจะตกตะกอนลงมาในดิน อย่างตอนนี้มีการใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย คาดว่ารอประมาณ 1 เดือน สถานการณ์อะลูมิเนียมที่ปะปนอยู่ในน้ำอาจจะดีขึ้น แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะต้องตรวจตะกอนดิน ทั้งในกระชังปลา และดิน ว่ามีโลหะหนักปนเปื้อนอยู่หรือไม่ รวมถึงต้องตรวจปลาที่อยู่หน้าดิน เช่น ปลาช่อน ปลาดุก ในบริเวณนั้นด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ก่อนเข้าสู่กระบวนการหาผู้กระทำความผิดและแหล่งที่มาของสารเหล่านี้
นอกจากนั้น ดร.สนธิ ยังมองว่า สิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นได้จริงๆ คือผลตรวจของหน่วยงานภาครัฐ อย่างตอนนี้ ตนเองไม่เห็นความเคลื่อนไหวของกรมควบคุมมลพิษมาแล้ว 2 สัปดาห์ ทำให้ค่าโลหะหนักต่างๆ ที่อ้างอิงในตอนนี้ยังเป็นตัวเลขเดิมไม่อัปเดต โดยช่วงสองอาทิตย์ก่อนมีการเก็บตัวอย่างหน้าดินไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีผลออกมา ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลายังไม่กล้ากลับมาทำธุรกิจตามเดิม จึงขอเรียกร้องกรมควบคุมมลพิษให้ออกมารายงานผลเรื่อยๆ ไม่ใช่ตรวจเสร็จแล้วหายไปเลย
ดร.สนธิ ทิ้งท้ายว่า จังหวัดปราจีนบุรีมีปัญหาโรงงานที่ปล่อยสารพิษจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นปัญหาระดับชาติ จึงแนะนายกรัฐมนตรี ใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 9 เหตุฉุกเฉินภัยธรรมชาติด้านสิ่งแวดล้อม สั่งการตั้งทีมระดมทุกกระทรวงเข้ามาจัดการปัญหา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ เพราะไม่อย่างนั้นเชื่อว่าปัญหาจะขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา แน่นอน
ขณะที่นายชนาธิป โคกมณี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ให้สัมภาษณ์ถึงกิจกรรมชวนกินปลานั้นว่า การจัดงานนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าปราจีนบุรียังมีพื้นที่ปลอดภัย ไม่อยากให้เหมารวมไปทุกพื้นที่ ซึ่งจากนี้ตนก็จะทยอยไปจัดงานทีละอำเภอ แต่จะต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ทั้งนี้เพื่อจะยืนยันว่าปลาของจังหวัดปราจีนบุรี ไม่ได้หมายความว่ามีสารเคมีสารอันตรายทั้งจังหวัด นั่นแสดงว่าปราจีนบุรียังมีพื้นที่ความปลอดภัยด้านสัตว์น้ำ ฉะนั้นถ้ากล่าวหาปราจีนบุรีทั้งจังหวัดความเสียหายเกิดขึ้นก็ไม่ยุติธรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปแสดงจุดยืนในลักษณะที่มันไม่เป็นจริง