ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะพยายามดับไฟที่ลุกไหม้ อาคารชั้น 4 ของสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค อย่างต่อเนื่อง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะลมโหมแรงขึ้น ทำให้ไฟปะทุอย่างต่อเนื่อง ยังไม่นับรวมกองเอกสารจำนวนมากที่อยู่ด้านใน ซึ่งถือเป็นเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยม
สำหรับอาคารแห่งนี้ก่อสร้างมานานกว่า 30 ปี จึงไม่มีระบบสปริงเกลอร์สำหรับดับเพลิง แต่ตามเสาของอาคารมีถังดับเพลิงติดอยู่ ซึ่งถังดับเพลิงเหล่านี้แทบไม่มีประโยชน์เมื่อคนไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้ ซึ่งโฆษกการประปาส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา มีการซ้อมแผนดับเพลิงตามที่กฎหมายกำหนดทุกประการ โชคดีที่ครั้งนี้ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ และอาคารไม่ถล่มลงมา
อย่างไรก็ตาม ต่างจากห้างสรรพสินค้า ฟอร์จูน รัชดา ที่เกิดเหตุไฟไหม้ในเช้าวันเดียวกัน เพราะอาคารฟอร์จูน เป็นอาคารสูงที่ติดตั้งสปริงเกลอร์ แต่ก็พบว่า เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ระบบที่ได้มาตรฐานก็ไม่สามารถดับไฟได้ เช่นเดียวกัน
นายพิชญะ จันทรานุวัฒน์ ปธ.คณะทำงานประสานงานภัยพิบัติด้านอัคคีภัย สภาวิศวกร ตั้งข้อสังเกตว่า แม้กฎหมายจะระบุให้ทุกอาคารสูงต้องควบคุมดูแล และป้องกัน เหตุไฟไหม้ แต่หากพิจารณารายละเอียด จะพบว่า กฎหมายระบุเพียงกว้างๆ เท่านั้น ไม่ได้เจาะลึกรายละเอียดว่าต้องติดตั้งอุปกรณ์ใดบ้าง และยังมีช่องโหว่เรื่องตรวจสอบมาตรฐานของอุปกรณ์อีกด้วย
บุศรินทร์ วรสมิทธิ์ พีพีทีวี รายงาน