นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบข้อซักถามสื่อมวลชน กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล โดยกล่าวว่า เข้าใจในความปรารถนาดี แต่เชื่อว่า มีหลายเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลกำลังทำอยู่ หรือได้ทำไปแล้ว และอีกมากที่กำลังต่อคิวเข้า ครม.พิจารณา
ยกตัวอย่าง เช่น ที่นายอภิสิทธิ์บอกว่ารัฐบาลควรเร่งผลักดัน พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย เพื่อดึงงบจากโครงการที่มีความจำเป็นน้อยมาจัดระบบช่วยเหลือประชาชน
นางสาวรัชดาอธิบายว่า ฟังผิวเผินอาจเหมือนทำได้ทันที แต่ในทางกระบวนการงบประมาณ มีความจำเป็นที่จะต้องให้ ครม.พิจารณางบประมาณแผ่นดินประจำปี 2570 เสียก่อน จึงจะนำเรื่องการโอนงบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ได้ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ อีกทั้งยังตั้งเป้าให้สามารถใช้งบประมาณใหม่ได้ทัน 1 ต.ค.
เรื่องแก้ปัญหาเงินเฟ้อจากต้นทุน จากนี้รัฐบาลจะทยอยออกมาตรการออกมา ขอให้ติดตาม อย่างวันนี้ก็เริ่มแล้ว ผลจากการประชุม ครม.ครั้งที่ 1 ในเรื่องของการเข้าพยุงภาคการขนส่งสาธารณะและรถบรรทุกขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ในเบื้องต้นใช้งบกลางสองพันกว่าล้านบาท ให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนวันนี้วันแรก ดูแลทั้งรถมินิบัส แท็กซี่ ไรเดอร์ รถบรรทุก เป็นต้น
ในภาพรวม เรามีมาตรการเฉพาะหน้า เฉพาะกลุ่ม และระยะยาว แต่หากนายอภิสิทธิ์จะไม่ชอบโครงการคนละครึ่ง ก็จะถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเห็น
ส่วนประเด็นการแบ่งงานแก่รองนายกรัฐมนตรีศุภจี ที่ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่นายกฯ อนุทินพูดไว้ตอนหาเสียง นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายกฯ ได้มอบหมายให้นางศุภจีรับผิดชอบกลุ่มภารกิจส่งเสริมการค้า พาณิชยกรรม สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว
โดยกลุ่มภารกิจนี้รับผิดชอบการสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการค้าและพาณิชยกรรม ส่งเสริม SME พัฒนาคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ก็เป็นไปตามที่เคยพูดไว้ทุกอย่าง และมีนัยมากกว่าการคุมงานหนึ่งกระทรวง แต่เป็นเรื่องของคลัสเตอร์ที่งานกระทรวงเชื่อมโยงกัน ตนจึงขอแจ้งมติ ครม.ให้ทราบ ณ ตรงนี้ และคิดว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้ว มาโฟกัสที่การทำงานดีกว่า
“อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่เห็นพ้อง และขอขอบคุณในความหวังดีของทุกฝ่าย รัฐบาลจะเดินหน้าพิจารณามาตรการต่าง ๆ ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนอย่างเต็มที่” โฆษกรัฐบาลกล่าว