วันนี้ ( 22 มี.ค. 60) พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวถึงกรณีการออกมาตรา 44 คุมเข้มกฎหมายจราจร โดยระบุว่า การออกมาตรการดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้บางส่วนแล้ว เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการบังคับให้คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง โดยผู้ขับรถยนต์และผู้โดยสารจะต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งในขณะขับขี่รถยนต์ แม้แต่ผู้โดยสารที่นั่งเบาะด้านหลัง หากไม่รัดเข็มขัดนิรภัยก็จะมีความผิดตามกฎหมายด้วย
ส่วนมาตรการบังคับให้ผู้กระทำผิดชำระค่าปรับ หากไม่ดำเนินการจะไม่สามารถต่อทะเบียนได้ ถือว่ามีผลบังคับใช้ทันที ในกรณีที่เจ้าของรถไม่ชำระค่าปรับที่ค้างไว้ หรือชำระไม่ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดใน โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งนายทะเบียนให้งดการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสำหรับรถคันนั้นได้ แต่ในช่วงแรกอาจจะอนุโลมสำหรับประชาชน สามารถไปชำระต่อนายทะเบียนก่อนนำรถไปต่อทะเบียนประจำปีได้ และหากมีข้อโต้แย้งสามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ภายภายใน 15 วันหลังได้รับหนังสือแจ้งเตือน
ส่วนรายละเอียดบางอย่างที่ยังไม่ชัดเจน อาทิ รถเก่าไม่มีเข็มขัดนิรภัย และรถประเภทสเปซแคป และข้อจำกัดของรถบางประเภท ซึ่งทางกรมขนส่งทางบกจะเป็นผู้พิจารณาในการออกกฎกระทรวงเพิ่มเติม และเชื่อว่าจะสามารถบังคับใช้ได้ทันก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ โดยหวังว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุได้มากยิ่งขึ้น
ม.44 สั่งคนนั่งคาดเข็มขัดนิรภัย-ไม่จ่ายใบสั่งไม่ให้ต่อภาษี
ขณะที่วานนี้ ( 21 มี.ค. 60 ) คสช. ออกคำสั่ง ตามมาตรา 44 แก้กฎหมายจราจร เพิ่มมาตรการคุมเข้มผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และรถโดยสารสาธารณะ เพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน โดยเฉพาะกับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงในเดือนหน้า
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตาม มาตรา 44 คุมเข้มการจราจร หลังปัจจุบันมีผู้ขับขี่รถหรือเจ้าของรถฝ่าฝืน และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกจํานวนมาก โดยบังคับให้ผู้ขับขี่รวมทั้งผู้โดยสารต้องรัดเข็มขัดนิรภัย ที่สำคัญในกรณีผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถที่ได้รับใบสั่ง แล้วไม่ไปเสียค่าปรับภายเวลาที่กำหนดพนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งนายทะเบียนให้งดการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจําปีสําหรับรถคันนั้น คือ ไม่อนุญาตให้ต่อภาษีจนกว่าจะชำระค่าปรับที่ค้างทั้งหมด และหากในกรณีที่เจ้าของรถจะไม่ชำระค่าปรับเลย จะแจ้งให้พนักงานสอบสวนดําเนินการส่งฟ้องศาล โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวานนี้
นอกจากนี้ยังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 15/2560 เรื่อง มาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะรถตู้โดยสาร ใจความสำคัญ ระบุว่า ให้บังคับรถทุกคันต้องจัดทำสมุดประจำรถ ประวัติผู้ประจำรถ รวมถึงการตรวจสภาพและความพร้อมของรถและผู้ขับขี่ ห้ามใช้ความเร็ว หรือ ขับรถเกิดชั่วโมงที่กฏหมายกำหนด ห้ามผู้ประกอบการละเลยผู้ขับขี่หรือหนักงานเก็บค่าโดยสารฝ่าฝืนกฏระเบียบ ที่สำคัญในประกาศฉบับนี้ คือ ห้ามรถตู้บรรทุกผู้โดยสารเกิน 13 ที่นั่ง และจัดให้มีการทำประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติม โดยคำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่เมื่อวานนี้