ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรการของสหรัฐ ที่ห้ามผู้โดยสารพกอุปกรณ์อิเลคทรอนิก ที่มีขนาดใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือขึ้นเครื่องบิน จากสนามบิน 10 แห่งใน 8 ประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ กลายเป็นประเด็นที่หลายประเทศกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการตามหรือไม่ หลังจากอังกฤษเริ่มใช้มาตรการนี้ตามสหรัฐไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้
ทั้งนี้ ในส่วนของสหรัฐเอง ก็เพิ่งออกมาเปิดเผยถึงที่มาของคำสั่งนี้โดยบอกว่า หน่วยข่าวกรองได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า กลุ่มก่อการร้ายกำลังเร่งพัฒนาเทคนิก ในการซุกซ่อนระเบิดไว้ในแบตเตอรีของอุปกรณ์อิเลคทรอนิคหลายชนิด โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์”แลปท็อป” เพื่อนำไปก่อวินาศกรรมบนเครื่องบิน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่กลุ่มก่อการร้าย ต้องการลงมือมากที่สุด
แต่การห้ามเที่ยวบินจากประเทศในตะวันออกลางและแอฟริกาเหนือ ก็ถูกวิจารณ์ว่า เป็นการจงใจพุ่งเป้าไปที่ชาวมุสลิมจนเกินไป ซึ่งล่าสุดรัฐมนตรีคมนาคมของตุรกี ได้ต่อสายตรงคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ ขอให้ยกเลิกหรือผ่อนปรนมาตรการนี้กับตุรกี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
ด้านนายพอล ชวาทซ์ อาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเบิร์กลี่ย์ ในรัฐแคลิฟอร์เนียให้ความเห็นว่า มาตรการนี้ไม่น่าจะช่วยป้องกันการถูกก่อวินาศกรรมได้มากนัก โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ซึ่งกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุจี้เครื่องบิน ก็มีฐานบัญชาการอยู่ที่เมือง”ฮัมบวร์ก” ในประเทศเยอรมนี และไม่ได้เดินทางมาจากประเทศในตะวันออกกลางแต่อย่างใด