วันนี้ (23 มี.ค. 60) นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ รองผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. พร้อมด้วย กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา PCGRN และผู้รับจ้างทุกสัญญา แถลงความคืบหน้าชี้แจงเกี่ยวกับอุบัติเหตุของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ - คูคต มาตรการด้านความปลอดภัย รวมทั้งการเยียวยาผู้เสียหาย
นายจิรวัฒน์ มาลัย ผู้อำนวยการโครงการ สัญญาที่ 1 บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กล่าวว่า ขณะนี้การเข้าไปเยียวยาผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ต่างกัน รายแรกคือกรณีแท่นเหล็กหล่นทับกระโปรงรถยนต์นิสสันมาร์ช ล่าสุดยินยอมรับข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และจะส่งข้อเสนอและเอกสารทั้งหมดให้แก่ทางทนายของฝ่ายผู้เสียหาย ส่วนผู้เสียหายอีกราย คือกรณีปูนกระเด็นโดนตัวรถ ได้มีการอยู่ในขั้นเจรจา เนื่องจากผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุ และช่วงนี้สภาพจิตใจยังไม่ดี โดยได้ขอให้ทาง รฟม. จัดหารถมาให้ใช้แทนคันเดิมที่เสียหาย พร้อมคนขับรถ 1 คน ซึ่งขณะนี้ทาง รฟม.ได้จัดหารถยนต์ไปให้ผู้เสียหายใช้แล้ว แต่ในเรื่องคนขับรถยังคงเจรจากันต่อไป
นายภคพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า จากอุบัติเหตุดังกล่าวทาง รฟม. ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เรียกที่ปรึกษาควบคุมโครงการและผู้รับจ้างทุกสัญญา ได้แก่ ผู้รับจ้างสัญญาที่ 1 บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างสัญญาที่ 2 กิจการร่วมค้า UN-SH-CH ผู้รับจ้างสัญญาที่ 3 กิจการร่วมค้า STEC-AS-3 และผู้รับจ้างสัญญาที่ 4 กิจการร่วมค้า STEC-AS-4 มาประชุมโดยทันทีเพื่อกำชับให้ดำเนินงานก่อสร้างโครงการให้มีความปลอดภัยตามนโยบายอาชีวะอนามัยและความปลอดภัย ปี 2558 และปฏิญญาว่าด้วยความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ปี 2558 ซึ่ง รฟม. ได้มีมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดย ผู้ว่าการ รฟม. ได้สั่งการให้ผู้รับจ้างสัญญา 1 และสัญญา 2 หยุดการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการยกของขึ้นที่สูง การทำงานในที่สูงและการป้องกันวัสดุตกหล่นจากทางวิ่งรถไฟฟ้าที่ติดตั้งไปแล้ว และให้ที่ปรึกษาควบคุมโครงการตรวจสอบอุปกรณ์ ขั้นตอนการก่อสร้าง ว่ามีมาตรการด้านความปลอดภัยสูงสุดแล้วหรือไม่ และต้องปรับปรุงขั้นตอนต่างๆ ให้เสร็จสิ้นก่อนจึงให้ปฏิบัติงานต่อไปได้รวมไปถึงกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า ทาง รฟม.จะยื่นฟ้องผู้รับเหมานั้นไม่เป็นความจริง เพราะทั้งฝ่าย รฟม. และผู้รับเหมาจะรับผิดชอบร่วมกัน หากผิดก็ต้องตกเป็นจำเลยด้วยกัน
ทั้งนี้ ทั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ใกล้เคียงกัน โดยรายแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ตรงบริเวณโครงการก่อสร้างแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถนนพหลโยธิน ตรงข้ามซอยพหลโยธิน 35 โดยช่วงกระโปรงรถยนต์ด้านหน้าได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีกรายล่าสุดเกิดขึ้นวันที่ 22 มี.ค. ถูกปูนที่ใช้ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวตกใส่ จนทำให้รถยนต์มีสภาพเสียหายทั้งคันจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม หลังจากนั้นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด(มหาชน) มีแผนเยียวยาผู้เสียหายอย่างเต็มที่ โดยจัดให้มีรถยนต์ใช้ระหว่างการซ่อมแซม หากรถยนต์เสียหายหนัก ต้องจัดหารถยนต์ใหม่ทดแทนให้ผู้เสียหาย และเนื่องจาก รฟม. มีนโยบาย ให้ผู้รับจ้างก่อสร้างดำเนินงานตามมาตรการด้านความปลอดภัยระหว่างก่อสร้างอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด จึงลงโทษผู้รับผิดชอบการดำเนินงานจุดเกิดอุบัติเหตุ ของบริษัทอิตาเลียน ออกจากโครงการฯ พร้อมว่ากล่าวตักเตือนบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง ส่วนสาเหตุเกิดจากการยกคานเหล็กสำหรับติดตั้งทางวิ่งรถไฟฟ้า ขึ้นไปติดตั้งบนเสาทางวิ่งรถไฟฟ้าต้นที่ 105 และ 106 ซึ่งต้องใช้แคร่เหล็กช่วยในการยก แต่อุปกรณ์ยกเกิดชำรุด 1 ด้าน ทำให้เอียงและกระชากร่วงหล่นลงมาทับฝากระโปรงรถยนต์