เจ้าหน้าที่ช่วยกันล้อมจับตัวพะยูน บริเวณหาดหยงหลำ เขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง โดยพะยูนที่พบเป็นเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 200 – 250 กิโลกรัม ความยาวประมาณ 2 เมตร 57 เซนติเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเลือด และตรวจสุขภาพไว้เพื่อเป็นข้อมูล จากนั้นได้ติดแท็กสัญญาณดาวเทียมบริเวณส่วนหางก่อนปล่อยตัวไป
มาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม บอกว่าปีนี้ทางอุทยานฯตั้งเป้าจะจับพะยูนพื้นที่ 3 ชุมชนในอำเภอกันตังและสิเกา ซึ่งมีพะยูนอาศัยและหากินอยู่ เพื่อศึกษาวิจัยวิถีชีวิตของพะยูนทั้ง 3 แห่งว่า มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันหรือไม่ หรือมีพฤติกรรมหากินอย่างไร
สำหรับข้อมูลที่ได้ คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ โดยจะร่วมกับทีมศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตว์แพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดตั้งศูนย์อนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากขึ้น สำหรับดูแลช่วยเหลือกรณีพบเต่าทะเล พะยูน และโลมา ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก หรือสัตว์ทะเลประเภทอื่นที่เมื่อมีอาการบาดเจ็บ จะได้รับการอนุบาลรักษาทันท่วงที ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายและลดอัตราการตายของสัตว์ทะเลหายาก เบื้องต้นทางอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมได้ตั้งงบประมาณจำนวน 1 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เคยติดตั้งอุปกรณ์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของพะยูนมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2558 แต่ชาวประมงพื้นบ้านกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับพะยูน จึงออกมาคัดค้าน และถอดสัญญาณดาวเทียมดังกล่าวออก ล่าสุดทางอุทยานฯ ได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านถึงประโยชน์ที่ได้รับและจัดทำโครงการใหม่อีกครั้ง เพื่อนำข้อมูลมาเป็นแนวทางจัดการทรัพยากรชายฝั่ง สัตว์ทะเลหายาก และหญ้าทะเลคงอยู่อย่างยั่งยืนในทะเลจังหวัดตรังและประเทศไทย