ที่กองบินตำรวจ เวลา 23.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบหน้าการนำตัว นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ โชกุน พร้อมเครือข่ายรวมทั้งหมด 4 คน ที่ถูกจับกุมตัวได้ที่จังหวัดระนอง มายังกองบินตำรวจ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจนำตัวมาสอบปากคำ กรณีมีการแจ้งต่อประชาชนจำนวนมาก ว่าจะมีการเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น 5 วัน แต่สุดท้ายไม่มีเอกสารแจ้งเที่ยวบินเดินทาง ทำให้ประชาชนตกค้างอยู่ที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การสอบปากคำดังกล่าวใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงแล้ว ถือเป็นไปตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 13/2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทําลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ที่นำมาบันทึกของมูลงานธุรการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ติดตัวของแต่ละราย เช่น เงินสด พาสปอร์ต เป็นต้น โดยอำนาจของคสช.สามารถคุมตัวได้ 7 วัน
สำหรับผู้ที่เข้ามาให้ปากคำครั้งนี้ นอกจากโชกุนแล้ว ยังพบว่ามี น.ส.ทัศย์ดาว สมัครกสิกรรณ์ เข้าร่วมให้ปากคำด้วย โดยน.ส.ทัศย์ดาว ถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะจากการลงพื้นที่ของทีมข่าวพีพีทีวี เพื่อตรวจสอบสถานที่ตั้งการจัดทะเบียนบริษัทนิติบุคคล บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด อยู่ที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ระบุไว้นั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านพักอาศัยของบิดา มารดาน.ส.ทัศย์ดาว ซึ่งไม่ได้เป็นบริษัทแต่อย่างใด
ขณะที่เวลา 23.48 น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 4 เปิดเผยว่า ศาลอนุมัติหมายจับน.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ โชกุน ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมนำตัวสอบปากคำ ขณะที่เครือข่ายโชกุนรายอื่นยังอยู่ในการควบคุมตัวของทหารตามคำสั่งการควบคุมตัวของคสช.