บัญชีเงินสดรวม 6 บัญชี ที่ตำรวจได้สั่งอายัดไว้แล้ว ประกอบด้วย บัญชีหลักของโชกุน หรือ นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ คือ บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ มีเงินค้างอยู่ 1,899,235 บาท 24 สตางค์ และตัวโชกุนยังมีบัญชีเงินฝากย่อยอีกอย่างน้อย 4 บัญชี อยู่กับธนาคารกสิกรไทย แต่มีเงินรวมกันอยู่ไม่มาก เพียงแค่กว่า 2 แสนบาทเท่านั้น
ส่วนอีก 2 บัญชี 1 บัญชีเป็นของนางประนอม พลานุสนธิ์ ป้าของโชกุนและเป็น 1 ใน 8 ผู้ต้องหา บัญชีนี้มีเงินค้างอยู่มากพอสมควร กว่า 1,100,000 บาท และอีกบัญชี เป็นของนางสาว สิริธนัตถ์ รติวสุธัญกุล คนนี้เป็น 1 ใน 6 ที่ปรากฎชื่อเป็นคณะกรรมการบริษัทเวลท์เอเวอร์ จำกัด ที่เดินทางมาให้ปากคำกับกองบังคับการปราบปรามแล้ว รวม 6 บัญชีมีเงินคงค้างอยู่กว่า 3,200,000 บาท
โดยหลังจากนี้ ตำรวจจะตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน และบุคคลที่เชื่อมโยง และพบว่า ใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินคดีทุกคน
สำหรับนักธุรกิจชาวฮ่องกง เครือข่ายโชกุนพาดพิงและให้ข้อมูลว่า มีบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ฮ่องกง ชื่อบริษัทออเลเซียนจำกัด โดยการตรวจสอบต่อไปยังบริษัทแห่งนี้ เป็นเรื่องหนึ่งที่มีการพูดถึงการพบกันของ 13 หน่วยงานที่กระทรวงพาณิชย์เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า การประชุมร่วมกันของ 13 หน่วยงานครั้งนี้ เป็นการกำชับให้เข้มงวดในการคัดกรองการจดทะเบียนบริษัทในลักษณะของเครือข่ายโชกุนมากขึ้น แต่ยอมรับว่า ไม่ง่าย
สำหรับ 13 หน่วยงานที่ประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ ประกอบด้วยเช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมกำกับการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยผลสรุปจะแถลงให้รับทราบในวันพรุ่งนี้ เวลา 13.30 น.