ผู้สื่อข่ารวรายงานว่า เป็นอีกหนึ่งปีที่กูรูไอทีจับตาความเคลื่อนไหวของเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดถึง 1,900 ล้านคน หรือเกือบร้อยละ 20 ของประชากรโลก เพราะตอนนี้มีสื่อสังคมออนไลน์คู่แข่งเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างดุเดือด งานประชุมประจำปี Facebook F8 จึงถือว่าสำคัญมากๆ เพราะจะได้รู้ทิศทางในอนาคตของเฟซบุ๊ก
ทั้งนี้ วันแรก มีฟีเจอร์หลักๆ 4 ตัวที่น่าสนใจ เริ่มจากเปิดตัวเทคโนโลยี augmented reality หรือ AR เวอร์ชั่นเบต้า เพื่อให้นักพัฒนานำไปต่อยอดผ่านโปรแกรม AR Studio โดย Mark Zuckerberg ซีอีโอเฟซบุ๊ก เผยว่า AR จะกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักของวงการไอที ซึ่งบนเวทีได้สาธิตกล้อง AR ที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ ทั้งเพิ่มฟิตเตอร์ ใส่เอฟเฟคต่างๆ เหมือนกับฟีเจอร์ของ Snapchat และในอนาคตยังสามารถทิ้งข้อความให้คนรู้จัก หรือสร้างงานศิลป์ผ่าน AR ในโทรศัพท์ได้ด้วย
สำหรับอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มาควบคู่กันก็คือ virtual reality หรือ VR ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในชื่อ Facebook Spaces แต่ยังเป็นเวอร์ชั่นทดสอบเหมือนกัน โดยเล่นได้ผ่านแว่นตา Oculus Rift VR Headset ผู้ใช้สามารถเชิญเพื่อนมาอยู่ในโลกเสมือนจริงได้ 3 คนพร้อมกัน ให้มาร่วมดูคลิปวิดีโอ ถ่ายภาพ หรือทำกิจกรรมร่วมกัน
ส่วนฟีเจอร์ Workplace หรือ Facebook ที่องค์กรต่างๆทั่วโลกใช้งานสำหรับใช้ฟรีในเวอร์ชั่น standard จะใช้ฟรีได้ถึงวันที่ 30 กันยายน จากนั้นจะเก็บค่าบริการเริ่มต้นที่เดือนละ 3 ดอลล่าห์สหรัฐฯ ต่อคนสำหรับผู้ใช้ 1,000 คนแรก ซึ่งถือว่าถูกกว่าคูแข่งอย่าง Microsoft และ Slack มาก พร้อมเพิ่มฟังค์ชั่นบริหารจัดการ รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับองค์กรที่สนใจ
ขณะที่ ฟีเจอร์สุดท้ายก็คือ Messenger แอปพลิเคชั่นแชท ที่แยกจากเฟซบุ๊กออกมา ในเนาคตจะมีการพัฒนาให้เป็นมากกว่าแอพส่งข้อความทั่วไป ด้วยการเพิ่มฟังค์ชั่น โดยผู้ช่วยอัจฉริยะ เพิ่มแท็ป discovery ช่วยให้ค้นหาสิ่งที่ต้องการและใช้งานได้ง่ายขึ้น เล่นเกมกับเพื่อนผ่าน Messenger ได้ จับมือกับ Apple Music ในการค้นหาและฟังเพลงผ่านแชท เป็นต้น หวังตีตลาดกับ WeChat แอปชื่อดังจากจีน ที่ทำหลายอย่างได้ในแอปเดียว
ขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Mark Zuckerberg