วันนี้ (21 เม.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการปราบ ตำรวจเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามทรัพย์สินของเครือข่ายทัวร์ “โชกุน” หลังมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก จากการแอบอ้างใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำพาลูกทัวร์ไปเที่ยวญี่ปุ่น ที่ทำให้มีผู้ถูกหลอกลวงจำนวนมาก โดยมีความชัดเจนว่า การเช่าเครื่องเหมาลำไม่ได้เกิดขึ้นจริง และต้องเร่งเยียวยาให้กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกลอยแพเป็นกลุ่มแรก
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรือ ปปง. และกรมบังคับคดีเป็นหน่วยงานหลักที่คลี่คลายเส้นทางการเงินและติดตามหาทรัพย์สินของเครือข่าย นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ โชกุน ที่ยังกระจัดกระจายอยู่กับบรรดาแม่ข่าย และเมื่อได้ทรัพย์สินมาจะนำมาเยียวยาให้กับกลุ่มที่ถูกลอยแพที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นกลุ่มแรก
ส่วนการติดตามหาข้อเท็จจริงกรณีที่ โชกุน แอบอ้างสร้างความน่าเชื่อถือ นอกจากตีสนิทดาราแล้ว ยังมีเครื่องบินเช่าเหมาลำที่ถือเป็นแม่เหล็กดึงคนให้มาหลงเชื่อในการไปเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเรื่องนี้มถูกยืนยัน ผ่านผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางว่า โชกุน หลอกลวง รวมถึงนายทุนชาวฮ่องกงก็ไม่มีตัวตนจริง
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า สำหรับการออกหมายจับเพิ่มเติมขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานหากพยานหลักฐานไปถึงใครจะดำเนินคดีทั้งหมด โดยขณะนี้ทั่วประเทศมีประชาชนเข้าแจ้งความแล้ว 500 ราย
อีกคดีฉ้อโกงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วัน โดยมีกลุ่มผู้เสียหายประมาณ 30 คน รวมตัวร้องเรียนที่กองบังคับการปราบปรามว่าถูกหลอกขายทองรูปพรรณ และทองคำแท่ง ในเฟซบุ๊ก ล่าสุดตำรวจสามารถจับตัวได้เมื่อช่วง ตี 4 วันนี้ และจะมีการแถลงข่าวอีกครั้ง
หลังจากนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะให้ความสำคัญในคดีฉ้อโกงมากขึ้นเพราะมีประชาชนถูกหลอกในหลายรูปแบบ เบื้องต้นพบมีรายชื่อบุคคลที่ฉ้อโกงในประเทศไทยมากถึง 5,000 คน