วันนี้ (30 เม.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “ขอให้สปท.ถอนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ออกจากระเบียบวาระการประชุม" เนื่องจากการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 มีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ตามที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนเสนอ ซึ่งได้ถูกคัดค้านจาก องค์กรวิชาชีพสื่อ และนักข่าวภาคสนามมาตามลำดับนั้น
คณะผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาได้ทำหน้าที่ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของ สปท. , คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เพื่อรายงานข่าวสารให้ประชาชนรับทราบ โดยเฉพาะสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยมีความเห็นว่า การที่สปท.เตรียมผลักดันร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้มีการบังคับใช้เป็นกฎหมายในอนาคต จะส่งผลให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ รวมไปถึงบุคคลที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ต้องตกอยู่ในสภาวะที่ถูกกำกับควบคุม จนมิอาจใช้สิทธิเสรีภาพของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ ตามรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติที่ให้สิทธิ์เอาไว้
ทั้งนี้ โดยหลักแล้วการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการสื่อสารมวลชนควรเป็นไปในลักษณะมุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ อีกทั้งสร้างกลไกที่ธำรงความเป็นอิสระของสื่อมวลชนอย่างแท้จริงบนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนรวม เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้าน รวมไปถึงการส่งเสริมการใช้เสรีภาพบนพื้นฐานความรับผิดชอบ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ การที่ให้ภาครัฐมีส่วนเข้ามาเป็นผู้ให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้ปฎิบัติหน้าที่สื่อมวลชนและบุคคลที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั่วไปตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงไม่อาจเป็นร่างกฎหมายที่ยอมรับได้
คณะผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา จึงมีความเห็นว่าสปท.ควรถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปก่อน เพื่อทบทวนเนื้อหาและหลักการสำคัญด้วยการรับฟังความคิดเห็นให้รอบด้าน โดยนอกจากจะรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนแล้ว ควรรับฟังความคิดเห็นจากสื่อมวลชนที่ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภาคสนามด้วยเพื่อเป็นการสะท้อนมุมมองและข้อเท็จอีกด้านหนึ่งต่อไป
ขณะที่สื่อมวลชนจำนวนมากพร้อมใจกันเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ในเฟซบุ๊ก เป็นข้อความ “หยุดตีทะเบียนสื่อ ครอบงำประชาชน” เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งสื่อมวลชนศึกษาร่างกฎหมายนี้แล้ว เห็นว่า มีเนื้อหาในเชิงการควบคุมและปิดกั้นเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร จึงมองว่า เป็น “กฎหมายคุมคุมสื่อ” มากกว่า การส่งเสริม แก้ปัญหาจริยธรรม