วันนี้( 1 พ.ค. 60) การพิจารณารายงานและร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน สปท. ใช้เวลา นานกว่า 7 ชั่วโมง อภิปรายข้อดีข้อเสียของกฎหมาย ก่อนมีมติ 141 เสียง ต่อ 13 เสียง เห็นชอบรายงานและร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยให้กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อมวลชน นำไปแก้ไขตามความเห็นของสมาชิกก่อนส่งให้ คณะรัฐมนตรี ผลักดันเป็นกฎหมายต่อไป
ก่อนมีมติออกมา คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อมวลชน ได้เสนอปรับแก้กฎหมายสื่อฉบับนี้ ใน 2 ประเด็นก่อนแล้ว หลังสื่อมวลชนหลายร้อยคน พร้อมใจกันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ในเฟซบุ๊ก เพื่อต้านกฎหมายนี้ คือ การเปลี่ยน “ใบวิชาชีพ” ที่ออกโดยสภาวิชาชีพฯ เป็น “ใบรับรองวิชาชีพ” ที่ให้องค์กรต้นสังกัด เป็นผู้ออกบัตรเองแทน พร้อมกับตัดบทกำหนดโทษจำคุกออกจากกฎหมาย แต่ยังคงหลักการที่ต้องมีตัวแทนภาครัฐเข้าเป็นกรรมการสภาวิชาชีพเช่นเดิม แต่สื่อมวลชน ยืนยันว่า จุดยืนคือ ไม่รับหลักการที่มีฝ่ายรัฐเข้ามาควบคุม
พลอากาศเอกคณิต สุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อมวลชน ยืนยันว่า การปรับแก้ร่างกฎหมายครั้งนี้ เป็นการยอมถอยมากกว่าทุกครั้ง
ตลอดการอภิปรายของ สมาชิก สปท กว่า 20 คน พบว่า สปท. ที่เป็นพลเรือน ส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับ รายงาน และ ร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้การทำงานของสื่อมวลชนไม่เป็นอิสระ และถูกควบคุมโดยตัวแทนของภาครัฐ ขณะที่ สมาชิก สปท. ที่เป็นข้าราชการทหาร และ ตำรวจ มีความเห็น ไปในทิศทาง สนับสนุน ร่างกฎหมายดังกล่าว โดยอ้างว่า เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องปฏิรูปสื่อมวลชนทุกแขนง
ก่อนการพิจารณา ตัวแทน 30 องค์กรสื่อ พร้อมด้วยสื่อมวลชนประจำรัฐสภา พร้อมใจกันสวมเสื้อสีขาว มีข้อความว่า “หยุดตีทะเบียนสื่อ ครอบงำประชาชน” เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และยื่นจดหมายเปิดผนึก ให้กับนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. เพื่อเรียกร้องให้ สปท. ตีตก รายงาน และ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า “กฎหมายคุมสื่อ” เพราะกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจรัฐกำกับควบคุมการทำงานของสื่อมวลชน ซึ่งอาจขัดกับรัฐธรรมนูญ ปี 2560
นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย บอกว่า ต้องการให้เริ่มต้นการศึกษาและจัดทำรายงานและกฎหมายใหม่ทั้งหมด โดยให้สื่อมวลชนมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มแรก