น่านน้ำและเกาะแก่งในทะเลจีนใต้ กำลังค่อยๆ ตกเป็นของจีนอย่างเบ็ดเสร็จ โดยที่บรรดาประเทศที่อ้างสิทธิแข่งกับจีน ต้องนั่งทำตาปริบๆ แบบทำอะไรได้ไม่ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ แถลงการณ์ของประธานอาเซียน หลังจบการประชุมที่กรุงมะนิลา เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ไม่มีการเอ่ยถึงข้อพิพาทนี้เลยแม้แต่คำเดียว แสดงให้เห็นถึงการยอมรับโดยปริยายว่า ยอมสิโรราบให้กับจีนแล้ว
แต่ชัยชนะของจีน ไม่ได้หยุดเพียงแค่การเป็นเจ้าของน่านน้ำและเกาะแก่งในทะเลจีนใต้เท่านั้น แต่หมายถึงชัยชนะที่สามารถควบคุมอาเซียนได้อย่างอยู่หมัด และทำให้ทุกคนต้องยอมรับฟังและเคารพในสิ่งที่จีนพูดและทำด้วย
เรื่องนี้นักวิเคราะห์หลายคนเห็นตรงกันว่า น่าจะมีความนัยซ่อนอยู่ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา อีกหนึ่งตัวละครสำคัญ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา สหรัฐพยายามเข้าข้างประเทศที่เป็นคู่กรณีกับจีนมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้กลับไม่ลุกขึ้นมาโต้แย้งอะไร แถมยังชมเชยจีนว่า ให้ความร่วมมือในการบีบเกาหลีเหนือ ให้ยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์อีกด้วย จึงทำให้เชื่อได้ว่า อาจจะมีการแอบตกลงอะไรกันระหว่างอาเซียน ,จีน และสหรัฐก็เป็นได้
แต่ก็ยังมีเหตุผลอื่น ที่ทำให้จีนได้รับชัยชนะครั้งนี้ คือตลอดเวลาที่ผ่านมา จีนพยายามพูดคุยกับสมาชิกอาเซียนทีละประเทศ และสามารถโน้มน้าวให้แต่ละประเทศเห็นคล้อยตาม โดยเฉพาะกัมพูชา ที่ทำตัวเป็นผู้ปกป้องสหรัฐฯตลอดมา
แม้แต่ฟิลิปปินส์ยังเปลี่ยนท่าที จากเดิมที่มีเรื่องทะเลาะแย่งพื้นที่ในทะเลจีนใต้กับจีน และเคยได้รับชัยชนะในการฟ้องร้องต่อศาลโลกด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับมาเปลี่ยนท่าทีว่า ไม่อยากทะเลาะ แต่อยากเป็นเพื่อนที่ดีกับจีนมากกว่า
หลายคนอาจสงสัยว่า การยอมยกธงขาวให้กับจีน เป็นเรื่องของความบังเอิญหรือไม่ ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวละครสำคัญก็คือสหรัฐฯ ว่าอยากจะเอาใจจีนเพื่อให้ภารกิจกับเกาหลีเหนือบรรลุได้ด้วยดี หรืออยากจะยุให้อาเซียนตีกับจีนต่อไป