นักวิชาการแนะใช้นิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์ก่อนแจ้งข้อหา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีดีเจเชาเชา ขับรถชนจักรยานยนต์วัยรุ่นเสียชีวิต ก่อนถูกตั้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ขณะที่ภาพวงจรปิด จะเห็นว่ารถจักรยานยนต์ วิ่งมาในลักษณะตัดหน้า วันนี้ทีมข่าวพีพีทีวี ไปสอบถามนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ภาพกล้องวงจรปิด ถนนเทพรักษ์  เผยให้เห็นวินาที รถจักรยานยนต์วัยรุ่นที่เสียชีวิตขี่ออกจากเลนซ้าย ก่อนชนกับรถนายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม หรือ ดีเจเชาเชา นักจัดรายการวิทยุและพิธีกรชื่อดังที่ขับมาทางตรงในเลนกลาง ในลักษณะ "ตัดหน้า" ทำดีเจเชาเชา ถูกตั้งข้อกล่าวหา ขับรถชนโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ท่ามกลางความสงสัยในข้อกฎหมาย ทำไมรถยนต์ถึงเป็นฝ่ายผิดหรือถูกตั้งข้อหาทุกครั้ง

หากดูจากพฤติการณ์ และไล่เรียงจากคำให้การของ ทั้ง 2 ฝ่าย ในมุมมองนักกฎหมายอย่าง นิติธร โตแก้ว ทนายความ  มองว่า ฝ่ายคนขี่รถจักรยานยนต์ มีส่วนประมาท และคดีนี้ มีโอกาสเป็นไปได้ 2 แนวทางคือ ประมาทร่วม และ รถจักรยานยนต์ผิดเพียงฝ่ายเดียว ส่วนดีเจ เชา เชา จะมีความผิดหรือไม่ ต้องพิสูจน์เรื่องความเร็ว

เมื่อดูจากลักษณะเส้นทางพบว่า ดีเจเชาเชาขับมาจากจุดกลับรถ ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ระยะทางไม่เกิน 40 เมตร ที่ยังเร่งความเร็วได้ไม่มากนัก พนักงานสอบสวน ควรให้น้ำหนักการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อสอบถาม สุเมธ องคกิตติกุล นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ระยะเบรก สภาพรถหลักการเฉี่ยวชน สามารถนำมาวิเคราะห์หาความเร็วของรถ และความรุนแรงขณะชนได้  รวมทั้งการตั้งข้อกล่าวหา ควรพิสูจน์ระดับความประมาท ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต

ท้ายที่สุด หากพิสูจน์ได้ว่า ดีเจเชาเชา ใช้ความเร็วตามกำหนด และระมัดระวังเพียงพอแล้ว ก็อาจพ้นคดีอาญาได้ยาก เพราะมาตรฐานสากล รถจักรยานยนต์ ถือเป็นยานพาหนะ ที่มีความเสี่ยงสูงสุด เทียบเท่ากับ คนเดินเท้า และรถจักรยาน รถยนต์หรือรถขนาดใหญ่ จำเป็นต้องรับผิดชอบมากกว่า 

 

 

จิตริน ชาญกว้าง ถ่ายภาพ

อรอุษา พรมอ๊อด รายงาน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ