นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยถึงเหตุระเบิดที่ จ.ปัตตานี ว่า ขณะนี้ รมว.สาธารณสุขได้กำชับให้กรมสุขภาพจิตร่วมเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยปฏิบัติงานควบคู่กับทีมแพทย์ฝ่ายกายอย่างทันท่วงที เพื่อให้การปฐมพยาบาลด้านจิตใจ ประเมินและค้นหากลุ่มเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต รวมทั้งให้การปฐมพยาบาลทางจิตใจเบื้องต้น เพื่อให้สภาวะจิตใจกลับสู่ปกติและต้องดูแลผู้มีแนวโน้มจะเกิดปัญหาสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งป้องกันการเกิดปัญหาและโรคจิตเวช เช่น โรคเครียดภายหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่อาจมีโอกาสเกิดขึ้นได้หลังจากผ่านเหตุการณ์ไปแล้ว 6 เดือน ซึ่งได้จัดส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยหรือทีม MCATT โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 ประสานงานร่วมกับ โรงพยาบาลปัตตานี เพื่อดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ จากรายงานเบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บสามารถกลับบ้านได้แล้วบางส่วน
ทั้งนี้ ผู้ที่ประสบเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จะพบปฏิกิริยาทางจิตใจที่หลากหลาย เช่น ภาวะช็อก เงียบเฉย มึนงง อารมณ์เฉยชา ไม่แจ่มใสร่าเริงเหมือนเดิม บางคนจะมีการแยกตัวในช่วงแรก ๆ หลังประสบภัย นอนไม่หลับ ฝันร้าย อารมณ์ตกใจและหวาดกลัว ผวาตกใจง่าย บางคนจะรู้สึกเหมือนตัวเองยังอยู่ในเหตุการณ์นั้น ฯลฯ โดยอาการดังกล่าวถือเป็นปฏิกิริยา “ปกติ” ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่ “ไม่ปกติ” โดยอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่ไม่ควรเกิน 1 เดือน ทั้งนี้ สามารถขอรับบริการปรึกษาได้ที่หน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตทุกแห่งทั่วประเทศ และที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชม.
นอกจากนี้ กรณีของผู้ที่จะโพสต์หรือแชร์ข้อมูล ภาพ หรือคลิปเหตุการณ์ต่อนั้น จำเป็นต้องใช้ “สติ”และ “วิจารณญาณ”ให้มาก พึงเคารพสิทธิผู้ที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนคำนึงด้วยว่าสิ่งที่จะส่งต่อไปนั้นจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือไม่ เพราะจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมมากยิ่งขึ้น