จากกรณีสะเทือนขวัญช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผู้เสียหายเด็กหญิงอายุ 15 ปี เข้าร้องเรียนต่อเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมหลังถูกหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวเป็นทหาร ล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำสาธารณะย่านถนนข้าวสาร พร้อมระบุว่ากระบวนการทางคดีล่าช้า และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดจาในเชิงกดดันให้ยอมความ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา
ผู้เสียหายเล่าว่า ขณะไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนที่ถนนข้าวสาร ได้พบกลุ่มชายตัดผมเกรียนประมาณ 8 คน มีการเรียกขานยศ "จ่า-หมวด" เข้ามาตีสนิท
จนกระทั่งเวลา 23.00 น. ขณะเดินไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง หนึ่งในกลุ่มชายดังกล่าวได้เดินตามและผลักประตูเข้ามาล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมบีบคอข่มขู่ หลังก่อเหตุเสร็จได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป
ต่อมาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.ชนะสงคราม ในเวลา 01.00 น. แต่กลับพบอุปสรรคในการดำเนินคดี โดยระบุว่าตำรวจพูดในทำนองว่า "ถ้าจะเอาเรื่องต้องขึ้นศาลทหารนะ" และพยายามให้ไกล่เกลี่ย รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ล่าช้า ทำให้สภาพจิตใจผู้เสียหายย่ำแย่และอยู่ในอาการหวาดผวา
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่าได้ประสานไปยัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เพื่อตรวจสอบสังกัดของผู้ก่อเหตุ หากพบว่าเป็นทหารจริงต้องส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สน.ชนะสงคราม ทันที พร้อมเตรียมพาผู้เสียหายไปกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอคุ้มครองพยาน และประสาน พม. เข้าเยียวยาสภาพจิตใจ
แม่ของผู้เสียหายเปิดใจทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจที่เหตุเกิดในที่สาธารณะต่อหน้าผู้คนมากมาย ยิ่งทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นพลทหารยิ่งรู้สึกสะเทือนใจ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแต่กลับทำตัวป่าเถื่อนเสียเอง ความรู้สึกตอนนี้เหมือนครอบครัวตายทั้งเป็น เพราะเป็นตราบาปติดตัวลูกสาวไปตลอดชีวิต ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก