เหตุโจมตีไซเบอร์นี้เกิดขึ้นในเมื่อวานนี้ (12 พ.ค.60) ใน 99 ประเทศทั่วโลก รวมทั้ง สหรัฐ อังกฤษ รัสเซีย และ จีน โดยคาดว่าคอมพิวเตอร์ประมาณ 75,000 เครื่องได้รับไวรัสเรียกค่าไถ่ หรือ แรนซัมแวร์ (Ransomware )ที่มีชื่อว่า วอนนาคราย ( WannaCry) ซึ่งทำให้ไฟล์ข้อมูลที่เก็บไว้ถูกเข้ารหัสจนผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงหรือเรียกขึ้นมาดูได้
โดยที่หน้าจอคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่ได้รับไวรัสปรากฎข้อความเรียกร้องเงิน 300 ดอลลาร์ หรือกว่า 1 หมื่นบาท เพื่อแลกกับรหัสที่จะนำไปสู่การกู้ไฟล์ แต่ต้องจ่ายเป็นเงิน บิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลเท่านั้น
ขณะที่ตอนนี้พบว่าเริ่มมีเงินสดไหลเข้าไปยังบัญชีออนไลน์ที่เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนบิตคอยน์แล้ว
ส่วนประเทศที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก คือ อังกฤษ ซึ่งโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งต้องยกเลิกการนัดหมายกับผู้ป่วยจำนวนมาก รวมทั้งเลื่อนการผ่าตัดออกไปด้วย
ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเชื่อว่า ไวรัส “วอนนาคราย” นี้อาจจะเกี่ยวข้องกับโปรแกรมที่ชื่อว่า “อีเทอร์นัลบลู” (EternalBlue) ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯหรือ NSA เพื่อใช้ในการจารกรรมข้อมูลบุคคลจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์
โดยโปรแกรม“อีเทอร์นัลบลู” กลุ่มแฮกเกอร์ที่ชื่อว่า “ชาโดว์ โบรกเกอร์” (Shadow Brokers) ขโมยไป ก่อนเปิดให้คนทั่วไปดาวน์โหลดฟรีเมื่อวันที่ 8 เม.ย ที่ผ่านมา
ซึ่งแม้ว่าไมโครซอฟท์ได้ดำเนินการแก้ไขในส่วนที่อาจเป็นช่องโหว่ให้เกิดการโจมตีไซเบอร์หรือติดไวรัสได้ แต่ก็ยังมีระบบอีกบางส่วนที่ระบบป้องกันยังไม่ถูกปรับปรุง