บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ออกมาระบุว่า พบสัญญาณความเป็นไปได้ว่าเกาหลีเหนืออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งก่อความเสียหายแก่ระบบคอมพิวเตอร์แล้วมากกว่า 3 แสนเครื่องใน 150 ประเทศทั่วโลก
หนึ่งในเงื่อนงำที่ผู้เชี่ยวชาญพบคือ รหัสคอมพิวเตอร์ของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (WannaCry) คล้ายคลึงกับรหัสคอมพิวเตอร์ที่ใช้โดยกลุ่มลาซารัส ซึ่งเป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งทฤษฎีนี้มีนักวิจัยและบริษัทด้านความมั่นคงต่างชาติจำนวนหนึ่งออกมาขานรับ อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป เนื่องจากกลุ่มแฮ็กเกอร์สามารถนำรหัสคอมพิวเตอร์ของกลุ่มอื่นๆมาใช้ซ้ำได้
ล่าสุด เบาะแสดังกล่าวทำให้เกาหลีใต้สั่งเฝ้าระวังและยกระดับเตือนภัยการโจมตีทางไซเบอร์จากเกาหลีเหนือ จากระดับ 3 เป็นระดับ 4 แล้ว
ขณะที่เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกมายืนยันระหว่างการเยือนกรุงปักกิ่งของจีนว่า รัสเซียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ เพราะต้นตอของปัญหาที่แท้จริงมาจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐ
ฝั่งสหรัฐ ส่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแถลงชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยบอกว่าไม่ใช่ความผิดของรัฐบาลสหรัฐ
ส่วนสถานการณ์ล่าสุดตั้งแต่เมื่อวานนี้ แม้จะมีรายงานการระบาดเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ พร้อมกับรายงานการระบาดของมัลแวร์ตัวใหม่ หรือ WannaCry 2.0 แต่สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายเท่าที่ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานตำรวจยุโรปหรือ ยูโรโพล คาดการณ์เอาไว้