สร้างความตกใจให้พอสมควร กับข่าวกลุ่ม”มาอูเต้” ซึ่งแตกแขนงมาจากกลุ่ม”อาบูไซยัฟ” บุกเข้ายึดโรงเรียน โรงพยาบาล และโบสถ์คริสต์ ในเมืองมาราวี บนเกาะ”มินดาเนา” ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ เมื่อวานนี้ เพราะกลุ่มนี้อ้างตัวเองว่า สวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอสแล้ว
แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้งแล้ว ปฏิบัติการของกลุ่มนี้ ไม่มีอะไรคล้ายหรือเหมือนรูปแบบที่”ไอเอส”นิยมใช้เลย จำนวนนักรบที่บุกเข้ามาก็น้อยเพียงแค่ 15 คน การบุกยึดสถานที่ต่างๆ ก็เพียงไม่กี่แห่ง แถมยังไม่เรียกร้องอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพียงแต่ขอให้เปิดทางให้หลบหนีออกไปโดยสะดวกเท่านั้น
นายโจเซฟ ฟรังโก้ นักวิชาการประจำศูนย์ความมั่นคงแห่งชาติของฟิลิปปินส์ ให้ความเห็นว่า นักรบกลุ่มนี้ ต้องการแสดงตัวตนและเรียกร้องความสนใจจากกลุ่มไอเอส ซึ่งทางกลุ่มไอเอสก็รู้ดี แต่ที่ไอเอสไม่ค่อยสนใจก็เพราะเห็นว่า กลุ่ม”มาอูเต้”ที่ว่านี้ ไม่มีศักยภาพพอที่จะก่อการร้ายหรือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้จริงๆ จึงไม่ได้ออกตัวมาสนับสนุน
แต่ในส่วนของรัฐบาลเอง ดูเหมือนจะเต้นตามจังหวะที่กลุ่มนี้ต้องการ คือประกาศกฏอัยการศึก ซึ่งนายฟรังโก้เห็นว่า ยังเร็วเกินไปที่จะเล่นไม้แข็งแบบนี้ ยกตัวอย่างการบุกยึดเมือง”ซัมบวงก้า”เมื่อปี 2013 เหตุการณ์ครั้งนั้นกลุ่มกบฎ”โมโร”บุกยึดแทบจะทั้งเมือง เผาทำลายบ้านเรือนและสถานที่ราชการไปมาก่วา 1 หมื่นหลัง แต่รัฐบาลฟิลิปปินส์ในตอนนั้น ก็ไม่ได้มีการประกาศใช้กฏอัยการศึก แถมกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ ก็ไม่ใช่คนหน้าใหม่อะไร เพราะเคยออกมาอาละวาดในพื้นที่แถบนั้นมาบ้างแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คำโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มนี้ ที่อาศัยชื่อเสียงของ”ไอเอส” สามารถป่วนรัฐบาลจนได้ผล