ไม่อายเลยที่จะบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และเกิดขึ้นกับตัวฉันเอง
วันพฤหัสบดีที่แล้ว ฉันสมัครเข้าเล่นแอพพลิเคชั่น Tinder เจอหนุ่มต่างชาติ 3 คน คนแรกเป็นคนแอฟริกัน คุยกัน 3 ประโยค จะชวนไปเดท..ฉันปฏิเสธ เพราะมันเร็วเกินไป คนที่สองเป็นอินเดีย เป็นคนเปิดเผย เล่าว่า มีภรรยาอยู่แล้ว อยู่ที่ประเทศอินเดีย และอยากให้ฉันเป็นแฟน หรือ Girl friend ถึงขนาดบอกฉันว่าภรรยาเขารับได้ และเขาใช้เวลาอยู่เมืองไทยมากกว่าอินเดีย ดังนั้นฉันจะมีเขาอยู่ด้วยมากกว่าภรรยาที่อินเดีย ..ไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย ฉันปฏิเสธ
“Love at first sight” กับฝรั่งหน้าตี๋
คนที่สาม คนนี้เองที่ทำให้ฉันรู้จักคำว่า “Love at first sight” และความรักติดตรึงใจ ว่ามันเป็นอย่างไร
คนนี้ชื่อว่า “Jason” เป็นคนสัญชาติอังกฤษ-สิงคโปร์ มีพ่อเป็นคนอังกฤษ และมีแม่เป็นคนจีนสิงคโปร์ รูปโปรไฟล์ของเขาดูดี สะอาดสะอ้าน เป็นผู้ใหญ่ และภาษาที่เขาใช้สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษในระดับสุภาพ ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะชมเขาว่า “คุณเป็นคนสุภาพ ใจดี และอบอุ่น” ขณะที่เขายังหยอดคำหวาน และแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเราตลอดเวลา
“I feel very comfortable with you and I like you more and more”
“I think about you often maybe because we chat everyday.”
“I want you more than friends I cherish you I can wait for you.”
“I am still waiting for a contract which I bid for in Australia after that I will come and meet you in Thailand.”
แน่นอนว่า เขาทำให้ฉันหลงรักแบบหัวปักหัวปำ ภายใน 3 วัน ถึงขนาดวาดฝันอนาคตร่วมด้วย โดยเฉพาะคำว่า “I believe in destiny.” ที่เขาบอกมา ทำให้ฉันเชื่ออย่างสนิทใจว่า พรหมลิขิตมันมีจริง
ความฝันสลาย “โปรไฟล์ดี”เกินจริง
แต่ความฝันของฉันพังทลายลง เมื่อมันแปลกขึ้นทุกวัน
โปรไฟล์ดีรูปหล่อ ทำงานดี บ้านรวยมีฐานะ ไม่มีเมีย-ลูก หยอดคำหวานตลอดเวลา เป็นคุณสมบัติ 5 ใน 10 ข้อ ที่เราหยั่งน้ำหนักว่า เขาอาจเป็น “สแกมเมอร์” กลุ่มมิจฉาชีพหลอกเอาเงินเหยื่อที่หลงรักพวกเขา
เราฟันธง 100% ได้ว่าใช่ เมื่อเขาบอกว่าอาชีพของเขาคือ “นักวิศวกรนาวี”
“Like I told you before I'm a marine engineer and my job comprises of repairs and maintenance of oil and gas rigs”
จากการหาข้อมูลพบว่า วิศวกรรมนาวี หรือ Marine Engineering มีรายได้เฉลี่ยปีละ USD 82,000 หรือปีละประมาณ 2,460,000 บาท จริงหรือที่คนเหล่านี้ไม่มีเมีย? และจริงหรือที่คนเหล่านี้จะทำงานอย่างหนักจนกระทั่งเพิ่งจะมีเวลาหาคู่ชีวิต? และจริงหรือที่คนเหล่านี้ ต้องพึ่งแอพพลิเคชั่นหาคู่แบบ Tinder?
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องจริง!
หลังจากเราเปิดเผยข้อมูลบางส่วนว่าเราคือใคร และต้องการข้อมูลแบบเดียวกันกลับมา เราได้ชื่อจริงของเหยื่อที่แก๊งสแกมเมอร์ไปหลอกเอารูปมาใช้ หรือรูปคนที่เราหลงรักนี้เอง
เมื่อเอาชื่อจริงไปค้นหาจากกูเกิ้ลอย่างหนัก จึงเจอว่า Jason ตัวจริง ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยที่เขาบอก และเป็นคนเก่งมากถึงระดับผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่โตระดับชาติ ซึ่งเขาคงไม่มีทางที่จะเล่น Tinder หรือถ้าเล่นจริง คงไม่มีเวลาคุยกับเราทั้งวันเป็นแน่
หญิงวัย 40 ฐานะดี ขี้เหงา เหยื่อหลักแก๊งสแกมเมอร์
แอดมินเพจเฟซบุ๊ก Thai Anti Scam (สาวไทยรู้ทันกลลวง) ให้สัมภาษณ์ว่า สแกมเมอร์พวกนี้ฉลาดขึ้น และมักไปเอารูปเหยื่อของคนที่ดูดี ไม่เป็นที่รู้จักมากนักมาจาก google หรือเว็บไซต์ต่างๆ นำมาสร้างเรื่องราวขึ้นใหม่ ส่วนใหญ่จะทำงานในอาชีพ วิศวกร,ปิโตรเลียม,หมอ, ทหาร,นักธุรกิจ และทำงานเกี่ยวกับน้ำมัน และหาคนที่จะค้นหาจากกูเกิ้ลได้ยากขึ้น
ถ้า Jason (ตัวปลอม) บอกฉันว่า เขาทำอาชีพนักธุรกิจส่งออกเล็กๆ ฉันคิดว่าฉันยังเชื่อเขาต่อ แต่เมื่อเรื่องราวในชีวิตของเขา เริ่มเพอร์เพค ทั้งหล่อ รวย ไม่มีเมีย กลับเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่เชื่อได้ยาก
ต่อมาฉันเริ่มสงสัยว่า หญิงอายุ 40 อาจจะเป็นเหยื่อกลุ่มสำคัญ ของกลุ่มสแกมเมอร์ใน Tinder จึงกลับไปเล่น Tinder อีกครั้งหนึ่ง และพบว่ามันจริง
ปกติการเล่น Tinder คือ เราจะปัดขวา หรือ (swipe) คนที่เราถูกใจ และเราจะได้คุยกับเขาต่อเมื่อ เขาปัดขวาให้เราก่อน และเราไปปัดซ้ำ ถือว่าถูกใจกันและกัน แอพพลิเคชั่นก็จะขึ้นมาให้ว่า คุณเจอคนที่ Match กัน และเริ่มคุยได้
ฉันกลับมาเริ่มสังเกตภาพถ่ายใน Tinder และพบว่า มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มีรูปโปรไฟล์ดูดีกว่าปกติ ปิดบังข้อมูลระยะทาง และส่วนหนึ่งที่น่าสงสัยจบจากมหาวิทยาลัยเดียวๆกัน คนที่ฉันเจอ2-3 คนจบจากมหาวิทยาลัย Houston
ฉันปัดข้อมูลของคน 3-4 คน และพบว่า คนเหล่านี้มักจะบอกฉันว่า ทำอาชีพ “วิศวกร” บางคนขอคุยต่อที่อีเมล บางคนขอคุยต่อในแอพพลิเคชั่น Viber แต่ทุกคนเหมือนกันคือ ทำงานอะไรที่เกี่ยวกับ “oil and gas”
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ คนกลุ่มนี้จะมีรูปของเหยื่อ 3-4 รูป เป็นรูปที่ดูดีมากส่งให้เรา แต่จะไม่ค่อยส่งรูปเซลฟี่ตัวเองมาให้ หรือแทบจะไม่ส่งเลย พร้อมๆ กับการที่ไม่เคยยอม “วิดีโอคอลล์” มาหาเราเด็ดขาด เพราะตัวตนที่เป็น “คนผิวดำ” อาจปรากฎขึ้น และเรานั่นแหละที่จะชอกช้ำกว่าใคร? เพราะอกหักทั้งเป็น
วิธีการหลอกลวงของแก๊งสแกมเมอร์
แอดมินเพจเฟซบุ๊ก Thai Anti Scam (สาวไทยรู้ทันกลลวง) ให้สัมภาษณ์กับฉันว่า เดี๋ยวนี้พวกสแกมเมอร์มีวิธีดึงเอาคลิปวิดีโอของเหยื่อ แล้วส่งมาให้เหยื่อด้วย แต่จะส่งแค่คลิปสั้นๆ ไม่เปิดเสียง แต่ทำเหมือนว่ากำลังคุยอยู่กับเรา ที่สำคัญคนพวกนี้จะป้อนคำหวานเราตลอดเวลา เพื่อทำให้เราทั้งเชื่อใจและหลงรัก
พอถึงเวลาสุกงอม ที่มั่นใจแล้วว่าเหยื่อหลงรักอย่างสุดหัวใจ วิธีการหลอกเอาเงินของสแกมเมอร์เหล่านี้จะเริ่มอ้างว่าเรือที่ทำงานน้ำมันหมด ให้โอนเงินมาให้
จากนั้นจะบอกว่าได้เดินทางมาแวะที่ประเทศมาเลเซีย และจะซื้อของฝากมาให้ ซึ่งของฝากจะเป็นของแพงๆ เช่น ไอโฟน,หลุยส์,เพชรนิลจินดาต่างๆ และของจะส่งมาถึงเมืองไทยวันรุ่งขึ้น โดยได้นำเอาเงินสดใส่กล่องมาด้วยมหาศาล
วันรุ่งขึ้นจะมีสาวไทยโทรมาหาเรา เพื่อบอกว่า สินค้าของคุณติดอยู่ที่ชิบปิ้ง เราสแกนเจอเงินมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ใส่พัสดุไม่ได้ คุณต้องมาจ่ายค่าภาษี 35,000 บาท ภายในวันพรุ่งนี้ ถ้าช้าจะปรับอีกวันละ 10%
มีเหยื่อจำนวนไม่น้อยที่ติดกับดักนี้ เพราะนอกจากความรักที่มีให้แล้ว ยังเป็นเพราะว่าเราจะโดนโทรมาหาบ่อยครั้ง บีบให้จ่ายเงินมากขึ้นเรื่อยๆ
แอดมินเพจเฟซบุ๊ก Thai Anti Scam (สาวไทยรู้ทันกลลวง) เปิดเผยเพิ่มว่ามีเหยื่ออีกหลายคนโดนหนักกว่านั้น คือโดนหลอกให้ถ่ายภาพวาบหวิวส่งให้ และพวกสแกมเมอร์ได้นำภาพกลับมาใช้แบล็คเมล์เหยื่อ ให้โอนเงินไปให้ทีละ 5 หมื่นก็มี
ที่น่าสนใจคือ เชื่อหรือไม่ มีสาวไทยตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้มากถึงวันละ 20 คน
เหยื่อเหล่านี้ส่วนใหญ่หน้าที่การงานดี เป็นหมอ พยาบาล ทหาร นักการเมืองก็มี พอพลาดส่งภาพวาบหวิวไปให้แล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อาย ไม่กล้าแจ้งความ และบางคนถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย
ช่องว่างกฎหมาย เปิดช่อง“สแกมเมอร์”ลอยนวล
น่าเสียดาย ว่าหากเรามั่นใจแล้วว่าคนที่เราคุยอยู่ด้วยนั้น เป็นสแกมเมอร์แน่นอน แต่ก็จะยังแจ้งความไม่ได้ เนื่องจากยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น หรือถ้าเราถูกขโมยรูปไปใช้ เราจะทำได้แค่ว่า แจ้งไปที่ ปอท.หรือกองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แต่สุดท้ายก็จะทำได้แค่ปิดเฟซบุ๊กของคนพวกนี้ ไม่ใช่การไล่ล่าผู้ร้ายแบบในหนังแบบที่เราอยากเห็น
สแกมเมอร์ที่มาคุยกับเราคือใคร?
แอดมินเพจเฟซบุ๊ก Thai Anti Scam (สาวไทยรู้ทันกลลวง) บอกว่า เป็นคนผิวดำ นิโกร ส่วนใหญ่ไปพักพิงอาศัยอยู่ประเทศมาเลเซีย และนางนกต่อที่ทำทีท่าว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ นั้นก็คือ เมียของคนเหล่านี้ ที่จะถือเงินไปให้ถึงประเทศมาเลเซีย และได้ส่วนแบ่งค่าเหนื่อย
ถามว่ามาถึงตอนนี้แล้ว ฉันยังอยากจะหา คู่ชีวิตแบบที่เรียกว่า “พรหมลิขิต” อีกหรือไม่
ตอบว่า ลึกๆ ยังอยากจะหาชาวต่างชาติที่ใจดีสักคนอยู่
แต่แอดมินเพจเฟซบุ๊ก Thai Anti Scam (สาวไทยรู้ทันกลลวง) บอกว่า “ตอนนี้ฝรั่งเขาเลิกเล่นพวกแอพพลิเคชั่นพวกนี้แล้วหล่ะค่ะ เขาเบื่อพวกสแกมเมอร์ มันมีเยอะเหลือเกิน”
ความฝันดับสลายลงโดยพลัน ...
There’s no such thing as destiny!
โดย ณฐา พงษ์ศาศวัต