ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งของฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมถูกจับตามองจากทั่วโลก เพราะเป็นการเดิมพันถึงการอยู่หรือการล่มสลายของสหภาพยุโรป
เอ็มมานูแอล มาครง นักการเมืองหน้าใหม่วัย 39 ปีผู้มีแนวทางสายกลางและสนับสนุนการอยู่ต่อของฝรั่งเศสในสหภาพยุโรปสามารถเอาชนะนักการเมืองชาตินิยมขวาจัดที่ประกาศนำฝรั่งเศสออกจากสหภาพยุโรปไปได้
ชัยชนะของมาครงส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลยุทธ์การหาเสียงที่เน้นสร้างฐานเสียงรากหญ้า ที่ดึงดูดคนจำนวนมากให้เข้ามาสนับสนุน เป็นคนที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ในทางการเมือง
ท่ามกลางบรรยากาศที่หดหู่และการมองโลกในแง่ร้ายของชาวฝรั่งเศสในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนจำนวนมากมองว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่มีพลังผลักดันสร้างโอกาสใหม่ๆ เป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวที่ส่งสารเชิงบวกออกมา
แต่ถึงแม้ชนะการเลือกตั้ง แต่เส้นทางการเมืองของมาครงก็ยังมีความท้าทาย โดยมาครงเลือกที่จะก่อตั้งขบวนการการเมืองขึ้นมาเองแทนการสังกัดพรรคใหญ่ สิ่งที่ท้าทายคือ พรรคใหม่ของมาครงจะสามารถกวาดที่นั่งในสภาได้มากน้อยเพียงใดในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาโดยรอบแรกที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ โดยการเลือกตั้งครั้งนี้พรรค National Front ของมารีน เลอเปน คู่ปรับทางการเมืองจะลงแข่งขันด้วย หากพรรคของมาครงได้เสียงไม่เกินครึ่งก็อาจทำให้การบริหารประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายและยากลำบากมากขึ้น
นี่ยังไม่นับรวมถึงการประท้วงที่มีการจัดขึ้นเกือบทุกสัปดาห์หลังจากที่เขาสาบานตนขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มสหภาพแรงงานที่ถือว่าเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวที่เข้มแข็ง คนกลุ่มนี้ออกมาคัดค้านแนวคิดของมาครงที่เคยผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูปแรงงาน จนกลายเป็นชนวนเหตุของการประท้วงและจลาจลครั้งใหญ่ทั่วประเทศเมื่อปีที่แล้ว