ในช่วงเช้าวันนี้ (5 มิ.ย.60) รัฐบาลซาอุดีอาระเบียและบาห์เรนประกาศคว่ำบาตรทางการทูตกับประเทศกาตาร์ ก่อนจะตามมาด้วยประเทศอียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน ที่ร่วมคว่ำบาตรประเทศกาตาร์ด้วย โดย 5 ชาติอาหรับ กล่าวหาว่ากาตาร์แอบสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธเช่น กลุ่มไอเอส และกลุ่มอัลกออิดะห์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำลายเสถียรภาพของภูมิภาค แม้กาตาร์จะปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่ 5 ชาติอาหรับ ก็ยื่นคำขาดให้ผู้ที่ถือสัญชาติกาตาร์ เดินทางออกจากประเทศภายใน 2 อาทิตย์ ขณะที่นักการทูตกาตาร์ต้องออกจากประเทศภายใน 48 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน สายการบินของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทั้ง เอทิฮาด และเอมิเรตส์ ก็ได้ประกาศระงับทุกเที่ยวบินไปกลับจากกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ ตั้งแต่เวลา 14:45 ของวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป อย่างไม่มีกำหนด การร่วมกันคว่ำบาตรครั้งนี้คาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของกาตาร์อย่างมาก ส่วนรัฐบาลกาตาร์ บอกว่าการรวมกันคว่ำบาตรครั้งนี้ขาดซึ่งความชอบธรรม เพราะ 5 ชาติอาหรับไม่ได้หยิบยกหลักฐานใดๆ มาสนับสนุนข้อกล่าวหาเลย
นาย เร็กส์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ที่นครซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย ในวันนี้ โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันผ่านการพูดคุยกัน พร้อมยืนยันว่า กรณีพิพาทระหว่างชาติอาหรับและกาตาร์จะไม่กระทบกับความพยายามต่อสู้กับภัยก่อการร้าย
เหตุการณ์ครั้งนี้เรียกได้ว่า ค่อนข้างกะทันหันและเหนือความคาดหมาย เพราะปกติแล้วการรวมตัวกันคว่ำบาตรของชาติอาหรับมักจะเกิดกับ อิรัก อิหร่าน และซีเรีย ซึ่งเป็นชาติมุสลิมนิกายชีอะห์