ตร.จับเพิ่มอีก1แก๊งฆ่าฝังดินสามเณรพบเป็นคนขุดหลุม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจนครศรีธรรมราชจับผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังดินสามเณรอีก 1 คน เป็นผู้ขุดหลุมเผยได้รับค่าจ้าง 1 หมื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าคดีฆาตกรรม สามเณรศุภโชค เอกเกียรติกุล อายุ 17 ปี ในวัดวังตะวันตก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ล่าสุด พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าหลังมีการออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 คน คือนายนที ศรีดร หรือเบนส์ อายุ 24 ปี ผู้ที่ร่วมกันขุดหลุมฝังศพสามเณรปลื้ม และได้ค่าขุด 10,000 บาท ขณะนี้ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้ได้แล้ว ส่วนอีก 2 คนคือนายพิสิทธิ์ บุษบรรณ อายุ 55 ปี หรือ “ป้าหลา” ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง และนายอาร์ ซึ่ง 2 รายหลังกำลังรวบรวมยานหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

พล.ต.ต.วันไชย กล่าวว่า ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่พบมีแบ่งกลุ่มกระทำความผิดชัดเจน 2 กลุ่ม คือกลุ่มฆ่า และกลุ่มขนย้ายศพ ซึ่งมี น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล อายุ 40 ปี กับนายเด่นชัย ภูมินิยม อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาที่ตำรวจจับกุมได้แล้วจ่ายเงินตอบแทนคนละ 1 หมื่นบาท ให้ขยายผลความเชื่อมโยงตามฐานความผิด ขณะที่นายนที ผู้ต้องหารายล่าสุดที่ถูกจับกุมได้ให้การรับสารภาพแล้ว และมีแนวโน้มว่าคดีจะสาวไปถึงตัวผู้ร่วมก่อเหตุได้ถึง 8 คน

ขณะที่ พระเทพสิริโสภณ อดีตเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก และอดีตเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางออกมาจากวัดวังตะวันตก ไปพำนักอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากมีอาการเครียดกับเหตุการณ์สามเณรปลื้มถูกฆ่า โดยมีลูกศิษย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

อีกด้านหนึ่งชุดสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำหมายค้นศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าค้นบ้านของ น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล หรือบิว หนึ่งในผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ และปิดบังซ่อนเร้นสาเหตุแห่งการตาย เจ้าหน้าที่พบหลักฐานจำนวนมาก โดยเฉพาะใบเสร็จรับเงินค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ของวัด ซึ่งมียอดจ่ายเดือนละราวเกือบ 4 พันบาท จึงเป็นตัวเลขที่คำนวณแล้วพบว่า ต่อเดือนวัดจะมีรายได้เฉลี่ยจากค่าเช่าถึงกว่า 3.5 แสนบาท นอกจากนั้น ยังพบบัญชีเงินฝากของวัดหลายเล่มมีเงินหลงเหลืออยู่ในบัญชีในระดับหลักร้อยบาท ไปจนถึงหลัก 1 หมื่นบาทเศษ ส่วนบัญชีของ น.ส.ปิยฉัตร มีวงเงินหมุนเวียนนับล้านบาท

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังอายัดตู้เซฟขนาดใหญ่แต่ยังไม่สามารถเปิดดูภายในได้ และพบหลักฐานอื่นๆ เช่น ผ้าไตรจีวร ใบตราตั้งสมณศักดิ์จากพระราชปฏิภาณโสภณ เลื่อนสมศักดิ์สูงขึ้นเป็นพระเทพสิริโสภณ ถูกซุกอยู่ในตู้เสื้อผ้า รังนกอีแอ่นหลายกิโลกรัม ซึ่งถูกระบุว่าเป็นรังนกที่ได้จากอาคารภายในวัด โดยถูกเก็บออกมาขายเป็นรายเดือนเฉลี่ยเดือนละราว 10 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 3-6 แสนบาท ไม่นับรวมรายได้เงินสดรายวันจากค่าจอดรถ และค่าเช่าแผงพระเครื่อง ซึ่งต้องจ่ายทั้งรายวันและรายเดือนอีกประมาณวันละ 1.5-2 หมื่นบาท

นายจรัญ มารัตน์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ปกติวัดทุกวัดจะต้องรายงานบัญชีทางการเงินมาให้สำนักพระพุทธศาสนาปีละ 1 ครั้งทุกสิ้นปี กรณีวัดวังตะวันตกนั้นส่งมาเช่นกัน และผู้ส่งเป็นฆราวาส ดูออกว่าเป็นการตกแต่งทางบัญชีมีเงินหมุนเวียนเพียงแค่หลักแสนบาท ซึ่งไม่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม สำนักงานพระพุทธศาสนาจะเข้าไปร่วมดูแลวัดแห่งนี้ โดยเฉพาะในส่วนของการเช่าอสังหาริมทรัพย์

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ