วันนี้ ( 10 มิ.ย.60) ตำรวจยังไม่สามารถเปิดตู้เซฟที่ยึดมาจากบ้านของนางสาวปิยฉัตร อรุณสกุล หนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญคดีฆ่าโบกปูนสามเณรปลื้มได้ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยสาเหตุของความล่าช้าในส่วนนี้ว่า เกิดจากผู้ต้องหา อ้างว่า ไม่สามารถจำรหัสได้ ล่าสุดจึงประสานงานไปยังบริษัทผู้ผลิตให้มาช่วยเปิดตู้เซฟของนางสางปิยฉัตร
ส่วนความคืบหน้าในดคียักยอกเงินวัดวังตะวันตก ที่กลุ่มผู้ต้องหาอาจถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ล่าสุดยังไม่สามารถแจ้งได้ เนื่องจากเจ้าอาวาสรูปใหม่ของวัดยังไม่ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้เป็นคดีความ ซึ่งตำรวจได้รับการประสานงานจากเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตกรูปใหม่ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารหลักฐาน เวลานี้ตำรวจนี้ตำรวจจึงทำได้เพียงเก็บข้อมูลเส้นทางการเงินที่ตั้งสมมติฐานว่า อาจมีการโยกย้ายผ่องถ่าย หลังพบความเคลื่อนไหว และยอดเงินในบัญชีล่าสุดของนางสาวปิยฉัตรเหลืออยู่เพียง 4 แสนบาทเท่านั้น
ข้อมูลสำคัญที่ทำให้ตำรวจมั่นใจว่า เงินของวัดวังตะวันตกอาจถูกยักยอก เพราะพบเงินในบัญชีของวัดรวม 32 บัญชี เหลือเงินรวมไม่ถึง 2 ล้านบาท ทั้งที่ข้อมูลช่วงก่อนหน้านางปิยะฉัตร เข้ามามีอำนาจเหนือเจ้าอาวาสรูปเดิม วัดมีเงินสะสมถึง 40 ล้านบาท
ขณะที่ ตำรวจยืนยันว่า ทันทีที่เจ้าอาวาสรูปใหม่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ก็พร้อมดำเนินการกับผู้ต้องหาในทุกฐานความผิด แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่กระแสของคนในพื้นที่ก็มีความกังวลเพราะ พระเทพสิริโสภณ เจ้าอาวาสวัดวังตะวันตกรูปเดิมเป็นอุปัชฌาย์บวชให้เจ้าอาวาสรูปใหม่เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ความสัมพันธ์ในฐานะอาจารย์ลูกศิษย์ อาจทำให้เกิดความเกรงใจ จนไม่กล้าเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ทำให้คดีทางโลกไม่อาจเดินหน้าได้