ตั๋วรถไฟที่ออกจากสถานีวงเวียนใหญ่ 2 ใบนี้ มีสีหมึกพิมพ์ต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อนำมาวางเทียบกัน ด้านบนเป็นตั๋วใบแรกของตลับหมึก ตัวหนังสือมีสีเข้มมองเห็นชัดเจน ส่วนด้านล่างเป็นตั๋วใบสุดท้ายของหมึกตลับนี้ คือ ใบที่ 7875 สีของตัวหนังสือ จางจนแทบมองไม่เห็นแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ หมึกพิมพ์ 1 ตลับ เคยพิมพ์ตั๋วได้มากกว่า 13,000 ฉบับ
อมรชัย นิศรี ผู้ช่วยนายสถานีวงเวียนใหญ่ บอกว่า หมึกตลับที่ใช้อยู่ เป็นตลับที่ดีกว่าช่วงปลายปีที่แล้ว เพราะช่วงนั้น พิมพ์ได้เพียง 3500 – 4000 ฉบับ จึงเข้าใจกันว่า มีปัญหาที่คุณภาพหมึก เพราะก่อนหน้านั้น การรถไฟ เปลี่ยนหมึกพิมพ์ จากยี่ห้อโอกิ มาเป็น อัลต้าวิสต้า เมื่อปี 2555
อีกหนึ่งสมมติฐาน คือ ข้อสงสัยที่ว่า หมึกพิมพ์อัลต้าวิสต้า ที่เปลี่ยนมาใหม่ มีปัญหาตั้งแต่ต้นทางหรือไม่ หรือเจ้าหน้าที่ ไม่แยกหมึกพิมพ์ล็อตเก่ากับล็อตใหม่ออกจากกัน เพราะช่วงปี 2558 พบการสั่งซื้อหมึกจำนวนมาก แต่ก็ยากที่จะตรวจสอบ เพราะ กล่องตลับหมึก ที่การรถไฟฯ ส่งมาให้ ไม่มีตัวเลขรอบจัดส่ง และไม่มีวันที่ผลิต
รายงานเสนอซื้อผ้าหมึกยี่ห้ออัลต้าวิสต้า 18 ฉบับ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง ตุลาคม 2558 คือ เอกสารที่พบว่า ผิดปกติ เพราะในระยะเวลาเพียง 6 เดือนติดกัน มีเอกสารขอซื้อหมึกพิมพ์ ถึง 18 ครั้ง ครั้งละ 1 แสนบาท ตามที่กำหนดไว้ มูลค่ารวมกัน 1 ล้าน 8 แสนบาท และตัวเลขหนังสือเรียงกันต่อเนื่อง ทั้งที่โดยปกติแล้ว การรถไฟฯ จะซื้อหมึกพิมพ์ประมาณ 3 เดือน ต่อ 1 ครั้งเท่านั้น หมายความว่า ในเวลา 6 เดือนที่ขอซื้อ 18 ครั้ง ควรขอซื้อเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ทั้งที่การขอจัดซื้อหมึกพิมพ์มีหลักเกณฑ์อยู่แล้วว่าจะไม่ซื้อมาเก็บไว้นาน เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้
นิวัติ โหยหวล ถ่ายภาพ
ณิชาภัทร อินทรกล่อม รายงาน