ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทุจริตกินเงินสินบนงบประมาณโครงการก่อสร้างและซ่อมแซมวัดของข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอย่างน้อย 12 วัด เป็นเนื้อหาหลักที่เวทีสัมมนากฎหมายใกล้สงฆ์พูดถึงในวันนี้ พระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หนึ่งในผู้เข้าร่วม ให้ความเห็นว่า คดีนี้วัดถือเป็นผู้เสียประโยชน์ เพราะเงินส่วนต่างจากการทุจริตเป็นเงินที่วัดควรจะได้รับเพื่อนำมาใช้พัฒนา แต่กลับถูกข้าราชการกินส่วนต่างจำนวนมหาศาล จึงเสนอให้ตำรวจนำพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องมาเป็นพยานเพื่อขยายผลเอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้อง
ส่วนการบริหารเงินของวัดที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่โปร่งใส่ พระพรหมบัณฑิต เสนอว่า วงการสงฆ์ก็จำเป็นต้องปรับตัว โดยเสนอให้วัดทุกแห่งแสดงบัญชีทรัพย์ตามที่สังคมเรียกร้อง เพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์และความโปร่งใส่
ขณะที่พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เสนอว่า หากเปิดเผยและตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของวัดทั่วประเทศกว่า 3 หมื่นแห่ง ถือเป็นเรี่องยากและต้องใช้เวลาดำเนินการ เบื้องต้นจึงแนะนำว่า ควรมุ่งไปที่บัญชีทรัพย์สินวัดที่มีรายได้มากว่า 100 ล้านบาทก่อน นอกจากการยอมรับการตรวจสอบจากสังคม ภาพรวมของเวทีเสวนากฎหมายใกล้สงฆ์ยังเห็นพ้องต้องกันว่า พระสงฆ์ควรจะต้องรู้รายละเอียดของข้อกฎหมายเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของการทุจริต