เริ่มจาก กสทช. จะจัดสรรเลขหมาย มาให้ผู้บริการสัญญาณโทรศัพท์ หรือ โอเปอเรเตอร์ ค่ายต่างๆ ในรูปแบบการให้ใบอนุญาต ซึ่งรวมถึงเลขหมาย ใช้สำหรับ SIP TRUNK ซึ่งก็คือ เลขหมาย ที่ถูกใช้เพื่อการค้า
ผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งกลายเป็นเจ้าของเลขหมาย ก็จะเปิดรับลูกค้าต่อไปอีก เช่น กลุ่มการค้า บริษัท หรือแม้แต่ ธนาคาร โรงพยาบาล ซึ่งต้องการเลขหมายต่อเนื่องกันจำนวนมาก สำหรับการบริการ โดยสามารถเช่ากี่เลขหมายก็ได้ในการสื่อสารเพื่อการค้า ก่อนจะนำไปโทรหาประชาชน
และแน่นอนว่า รวมถึงบางบริษัทที่ตั้งเป็นบริษัท รับให้บริการ Call Center โดยเฉพาะ บริษัทเหล่านี้ เป็นเอาท์ซอสต่อไปอีกทอดหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ให้บริการก่อนและหลังการขายแทนกลุ่มธุรกิจต่างๆ ส่วนใหญ่ มีชื่อลงท้ายคล้ายๆกัน เช่น เทเลมาร์เก็ตติ้ง อินโฟมีเดีย
มาถึงตรงนี้ บริษัทเอาท์ซอส ซึ่งเปิดให้บริการ Call Center ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ทำแบบ INBOUND และ OUTBOUND
กลุ่ม INBOUND ให้บริการทั่วไป ทั้งบริการก่อนและหลังการขาย ที่เป็น IN เพราะกลุ่มนี้ เราสามารถโทรเข้าไปหาพวกเขาได้ รับสาย สอบถาม แจ้งปัญหาการให้บริการต่างๆได้ตามปกติ
ส่วนกลุ่ม OUTBOUND มีส่วนที่เป็นด้านสว่าง และด้านมืด กลุ่มที่อยู่ในด้านสว่าง คือ ผู้ที่ทำธุรกิจปกติ แต่จะเน้นเป็นกลุ่มที่โทรหาลูกค้า เช่น สอบถามคามพึงพอใจการให้บริการของพนักงาน หรือแม้แต่เชิญชวนให้สมัครกิจกรรมต่างๆ แต่เราสามารถโทรกลับไปพูดคุยได้ สอบถามได้
ส่วนพวก OUTBOUND ในด้านมืด ... กลุ่มนี้แหละ ที่เราตามหา เพราะสันนิษฐานว่าจะเป็นกลุ่มที่เป็นเจ้าของเลขหมายปริศนานี้ ... !!!
OUTBOUND ด้านมืด ตั้งระบบให้คนอื่นไม่สามารถโทรเข้าไปได้ พวกเขาจะได้เบอร์โทรลูกค้ามาจากจากการซื้อขายเบอร์ ใช้ข้อความจูงใจให้ผู้ที่รับโทรศัพท์ เชื่อว่า จะได้รับบริการพิเศษ เพียงแค่กดเลขหมายเดียวตอบรับ จากนั้นก็จะมี SMS หรือข้อมูลต่างๆ ส่งมา พร้อมค่าบริการ ที่จะตามมาในใบแจ้งหนี้ปลายเดือน โดยที่คนส่วนใหญ่ ไม่รู้ตัวเลยว่า การกดเลขหมาย 1 ครั้ง หมายถึงตกเป็นเหยื่อเป็นแล้ว
นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิชาการด้านโทรคมนาคม ยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะแก้ปัญหานี้ เพราะมีเลขหมายแบบนี้จำนวนมาก และกลุ่มคนทำธุรกิจนี้จะใช้วิธีรับใบอนุญาตมาทีละ 100-200 เลขหมาย จ้างพนักงานมาโทรออกจำนวนมาก แต่จะใช้ให้ “เน่า” ไปทีละเบอร์ คือใช้เบอร์เดียว โทรออกพร้อมกันไปหลายๆที่ โดยอาจหวังผลจากกลุ่มที่มีภูมิคุ้นกันน้อย และเมื่อมีคนร้องเรียน หรือพยายามตรวจสอบหมายเลขใดหมายเลขหนึ่ง ก็จะเปิดใช้เลขหมายอื่นรอไว้เลย ถ้าหมายเลขที่ถูกตรวจสอบ “เน่า” แล้ว หรือ ถูกสั่งยกเลิก ก็เริ่มใช้เลขหมายอื่นไปก่อนแล้ว
เขายังยอมรับว่า เมื่อเราเปิดเสรีในการโทรคมนาคม ทำให้มีบริษัทเอกชน ในลักษณะ เอาท์ซอส เข้ามาเป็นผู้ให้บริการ SIP TRUNK มาก
ข้อมูลด้านบน ทำให้เห็นว่า เราพบช่องโหว่ในระบบโทรคมนาคม ที่ทำให้มีคนบางกลุ่ม ขอใบอนุญาต นำเลขหมายที่ถูกกฎหมาย ไปใช้หลอกลวงประชาชนได้ เป็นเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐาน ที่ควรตรววจสอบที่มาได้ไม่ยาก แต่กลับตรวจสอบยาก ทำให้มีประชาชนตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก
ฟังดูเหมือนจะไม่มีหนทางตรวจสอบ แต่จริงๆ แล้ว ยังมี เพราะหมายเลขที่ถูกกฎหมายทุกหมายเลข ต้องจดทะเบียน ต้องชำระค่าบริการ และต้องได้หมายเลขมาจากโอเปอเรเตอร์ ที่ให้บริการ ... เราจะใช้ข้อกฎหมาย ที่ระบุว่า รูปแบบวิธีการนี้ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายฐาน “สร้างความเดือดร้อนรำคาญ” มาใช้ประโยชน์ในการตามล่า เจ้าของเบอร์
โทรมาแจ้งให้รับบริการข้อมูล เข้าข่าย “เดือดร้อนรำคาญ” เอาผิดได้
ทีมข่าว PPTV พบว่า แม้เราจะยังไม่สามารถหาได้เองว่า “หมายเลขโทรศัพท์” เลขนี้ เป็นของใคร อยู่ที่ไหน มีตัวตนหรือไม่ เพราะยังติดปัญหาเรื่อง “การปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล” แต่เราก็ยังสามารถหาได้ว่า “เลขหมายนี้” มีผู้ให้บริการโทรศัพท์ รายใด เป็นผู้ได้รับใบอนุญาต ซึ่งหมายถึง เป็นผู้เก็บค่าบริการโทรศัพท์ จากผู้ใช้หมายเลขนี้
เราเข้าไปในเวบไซต์ “สำนักจัดสรรเลขหมาย ของ กสทช.” และใส่หมายเลขโทรศัพท์ 02 917 XXXX ที่โทรเข้ามาลงไป และได้ข้อมูลว่า เป็นหมายเลขของโอเปอเรเตอร์ ที่ชื่อว่า TUC หรือ ทรู ยูนิเวอร์แซล คอนเวอร์เจ้นซ์ จำกัด(มหาชน)
แต่จะสืบหาว่าฐานที่ตั้งบริษัทที่ใช้เบอร์ 02 017 XXXX อยู่ที่ไหน เป็นใคร ต้องอาศัยการร้องเรียนของประชาชน เพราะทีมข่าวพบว่า พรบ.กิจการโทรคมนาคม มาตรา 31 ระบุถึง “การให้บริการโทรคมนาคม ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ” เข้าข่ายผิดกฎหมาย
ทีมข่าวจึงรวบรวมข้อมูลที่เคยกล่าวถึง หมายเลขโทรศัพท์นี้มากมาย ทั้งทางเฟซบุ๊ก พันทิป และเวบไซต์อื่นๆ เพื่อไปร้องเรียนกับผู้ให้บริการ คือ TUC ว่าหมายเลขนี้ ถูกใช้ไปเพื่อจูงใจให้คนไปกดรับสมัครบริการต่างๆ และมีคนจำนวนมาก แสดงออกว่า “เดือดร้อนรำคาญ” จึงอยากทราบว่า เป็นหมายเลขของใคร ... เพราะบางกรณีหากต้องการทราบว่าเป็นเบอร์ใคร อาจต้องมีผู้เสียหายมาฟ้องร้อง และใช้อำนาจศาลขอเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
นักวิชาการด้านโทรคมนาคม อย่างคุณสืบศักดิ์ ยังชี้ให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหานี้ ต้องทำทุกระดับ โดยต้องยอมรับว่า ยังมีประชาชนจำนวนมากไม่มีภูมิต้านทานต่อวิธีการล่อลวงเหล่านี้ ดังนั้นกลุ่มที่มีความเข้าใจ เมื่อพบเจอเลขหมายเหล่านี้โทรเข้ามา ต้องช่วยแจ้งต่อสังคม หรือแจ้งเหน้าที่ให้ตรวจสอบทันที
ส่วนกลุ่มผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวที่รู้ว่า “เลขหมาย” ไปอยู่ที่ใคร จะต้องช่วยมากที่สุด เพราะเป็นผู้ได้ประโยชน์ด้วย คือ เป็นผู้เก็บค่าบริการ จากเอาท์ซอส Call Center ที่เช่าเบอร์ไป ซึ่งทำได้ด้วยการให้ผู้เช่าเลขหมาย โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเอาท์ซอส ให้บริการ Call Center ต้องบอกวัตถุประสงค์การเช่าเลขหมาย เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่า นำไปใช้ถูกต้องหรือไม่ และถ้ามีผู้ร้องเรียน ควรให้ความร่วมมือ ด้วยการยอมเปิดเผยข้อมูลผู้เช่า ที่มีความเสี่ยงกระทำความผิด จนถูกร้องเรียน
สุดท้ายคือ ระดับนโยบาย อย่าง กสทช. ถ้าจะมีประกาศ หรือคำสั่งให้การกระทำเหล่านี้มีความผิด ก็ต้องมีการปฏัติตามมาให้ชัดเจน มีข้อมูลด้วยว่า ที่ผ่านมา เคยมีข้อเสนอให้ทำเหมือนในหลายประเทศ คือ ออกนโยบายที่เรียกว่า Do Not Call Policy ให้ผู้ใช้โทรศัพท์ ที่ไม่ประสงค์จะรับโฆษณา หรือบริการใดๆเลย สามารถไปลงทะเบียนไว้ และวจะถูกนำเลขหมายเข้าระบบให้ไม่ต้องรับสายพวกนี้ แต่ข้อเสนอนี้ ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ