วันนี้ (2 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก หรือ ด่านแม่สอด เนื่องแน่นไปด้วยแรงงานชาวเมียนมาร์ที่รอข้ามกลับประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตากได้ประสาน กับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ ตรงข้ามบ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด มีแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย จำนวนมากกลับไปยังช่องทางของรัฐบาลเมียนมาร์ ซึ่งทางเมียนมาร์ได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้ดูแลอย่างเป็นระบบ ขณะที่ฝ่ายไทย ได้จัดรถยนต์ ส่งแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมายไปให้กับ ฝ่ายเมียนมาร์ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย เมียนมาร์ แห่งที่ 1 บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด โดยยอดแรงงานที่เดินทางกลับขณะนี้มีมากกว่า 10,000 คนแล้ว
ต่างจากที่จังหวัดหนองคาย บรรยากาศที่ด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 มีประชาชนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกปกติ มีแรงงานต่างด้าวเดินทางกลับน้อยมาก ข้อมูลการเดินทางเข้าออก ตั้งแต่วันที่ 16-22 มิถุนายนที่ผ่านมา มีชาวลาว เดินทางเข้าไทย กว่า 25,603 คน และเดินทางออก 19,474 คน ส่วนในสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน มีชาวลาว เดินทางเข้าไทย กว่า 25,698 คน เดินทางออก 21,693 คน ยังถือว่าเป็นปกติ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลต้องกลับมาทบทวนการประกาศใช้ พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ล่าสุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมใช้อำนาจพิเศษ มาตรา 44 ชะลอบทลงโทษที่รุนแรง ป้องกันการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม
บทลงโทษในพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ที่ทำให้แรงงานข้ามชาติต่างหวาดกลัวกันถ้วนหน้า หนึ่งในนั้นคือโทษปรับที่ค่อนข้างรุนแรงตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 800,000 บาท หากไม่มีใบอนุญาตทำงาน ทำให้ตามด่านพรมแดนต่างๆมีแรงงานข้ามชาติทยอยเดินทางกลับบ้านจำนวนมาก
ปรากฎการณ์นี้ทำให้รัฐบาลออกมาประกาศว่า จะใช้อำนาจมาตรา 44 ระงับบทลงโทษที่รุนแรงบางมาตราไว้ชั่วคราว หลังมีแรงงานและผู้ประกอบการจำนวนมากเดือดร้อน แต่ในมาตราอื่นๆยังบังคับใช้ตามเดิม โดยจะให้เวลานายจ้างพาแรงงานข้ามชาติในสังกัดไปทำใบอนุญาตให้ถูกต้อง
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายและเพิ่มโทษหนัก เพราะต้องการสร้างมาตรฐานแรงงานข้ามชาติ แต่ที่ต้องชะลอบางมาตราไว้ชั่วคราว เพราะป้องกันการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม เช่น งานกรรมกร ก่อสร้าง ประมง เกษตร คนรับใช้ในบ้าน ที่แรงงานไทยไม่นิยมรับจ้าง
ทั้งนี้ การบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ทำให้มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ LPN จัดเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “เพื่อแรงงานเพื่อนบ้าน เพื่อการจัดการบริหารที่ดีให้แรงงานข้ามชาติ” แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของแรงงานข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาครต่อกฎหมายนี้
นายสมพงษ์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิ LPN ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่กฎหมายบังคับใช้ ทำให้สถานการณ์แรงงานข้ามชาติไม่สู้ดีนัก แรงงานบางกลุ่มยอมย้ายกลับบ้านเดินทางผ่านพื้นที่ไม่ปลอดภัยเพราะเกรงกลัวเจ้าหน้าที่จับกุม และ เสนอให้รัฐบาลออกนโยบายสนับสนุนปกป้องแรงงานใต้ดิน ให้เข้ามาอยู่ในระบบภายในระยะเวลา 4 เดือน
โดยวันที่ 5 กรกฎาคม เครือข่ายมูลนิธิLPN จะเดินทางมาที่กระทรวงแรงงาน เพื่อจัดเวทีวิพากษ์วิจารณ์ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวอีกครั้ง เพื่อระดมความคิด ข้อเสนอแนะหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับการจัดการระบบแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย