ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 เข้าจับกุมสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 4 คน คือ นายชิษณุพงษ์ ทองทวี อายุ 35 ปี ภูมิลำเนา อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี , นายสุริยะ นิระโส อายุ 38 ปี ภูมิลำเนา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง , นายศตวรรษ สันติปาตี อายุ 47 ปี ภูมิลำเนากรุงเทพมหานคร และ นายอนุรักษ์ เทพประเมิน อายุ 32 ปี ภูมิลำเนา อ.บ่อไร่ จ.ตราด ได้ที่บ้านเช่าใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์ ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลอื่น และ บัญชีธนาคารจำนวนมาก เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา
พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธภาค 5 ได้แถลงข่าวผลการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ และระบุว่าหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา เคยทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศจีนมาก่อน โดยยังพบว่าใช้วิธีอ้างชื่อ ผบช.ภาค 5 ไปหลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่ออีกด้วย ซึ่งใช้แอปพลิเคชั่นที่สามารถกำหนดเบอร์โทรให้เป็นเบอร์ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จากนั้นจะสุ่มหาเบอร์โทรจากอินเทอร์เน็ตเพื่อโทรไปหาเหยื่อ หลอกลวงว่าบัญชีธนาคารกำลังจะถูกอายัด เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเหยื่อเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด โดยครั้งแรกจะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ระดับหมวด หรือ จ่า เพื่อข่มขู่ให้เหยื่อหลงเชื่อ จากนั้นจะต่อสายให้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสูงขึ้น กระทั่งสายสุดท้ายจะอ้างว่าเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีเหยื่อ 1 ราย เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ถูกหลอกให้ไปที่ตู้เอทีเอ็มและโอนเงินไปราว 8,000 บาท เบื้องต้นได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนไปสอบปากคำผู้เสียหายและติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มดังกล่าวแล้ว พร้อมฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโทรศัพท์ที่อ้างตัวเป็นข้าราชการระดับสูง หากมีโทรศัพท์ในลักษณะนี้โทรไปให้รีบวางสายทันที เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนไหนจะโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหายโดยตรงอย่างแน่นอน โดยขณะนี้พบว่ามีแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาละวาดอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนและติดตามจับกุมอยู่
ส่วนผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกจับกุมได้ทั้ง 4 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ขณะที่การตรวจสอบพบว่าแก๊งนี้มีนายสงกรานต์ เบ้าทุมมา เป็นหัวหน้าแก๊ง เคยเป็นลูกมืออยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศจีน ก่อนแยกตัวออกมาตั้งเป็นแก๊งของตัวเองที่ จ.ระยอง และ ย้ายมาที่ จ.เชียงใหม่