วันนี้ (3 ก.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจ้างชาวหนองคาย พาลูกจ้างชาวลาว ลงทะเบียนเข้าทำงานตามกฎหมาย กับจัดหางานจังหวัดหนองคาย ตลอดทั้งวันมีผู้มายื่นเอกสารจำนวนมาก หลัง พ.ร.ก.คนต่างด้าวฯ มีผลบังคับใช้เมื่อ 23 มิถุนายน พบว่าในจังหวัดหนองคาย มีนายจ้างตื่นตัวพาลูกจ้างมาลงทะเบียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 แต่ส่วนใหญ่เป็นงานด้านธุรกิจบริการ ร้านอาหาร ไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรม จึงมีแรงงานต่างด้าวไม่มากนัก
เช่นเดียวกับที่จังหวัดสระแก้ว มีตัวแทนและนายหน้าบริษัทจัดหางานกัมพูชา นำแรงงานกัมพูชาที่ถือพาสปอร์ตแรงงานตาม MOU เข้าขอใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย ที่ศูนย์ตรวจสอบและอบรมพร้อมออกใบอนุญาตทำงาน วันนี้มีแรงงานกว่า 500 คน จาก 10 บริษัท เดินทางมาติดต่อ ส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และทำงานบ้าน
ด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ระบุก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว ว่าจะอนุโลมให้แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายทำงานต่อไปได้อีก 120 วัน หลังจากนั้นจึงจะบังคับใช้กฎหมายแรงงานต่างด้าวฉบับใหม่อย่างจริงจัง โดยวันพรุ่งนี้เตรียมเสนอ ครม.และ คสช.ขอให้ออกคำสั่งตาม มาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้บางมาตรา เกี่ยวกับการกำหนดบทลงโทษ หากคำสั่งมีผลบังคับใช้จะส่งผลให้แรงงานต่างด้าวและผู้ประกอบการมีเวลาจัดการกับเอกสารการทำงานและหนังสือเดินทางให้ถูกต้อง
ผู้ตรวจการกระทรวงแรงงาน แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการ นโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานว่า ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน มีแรงงานต่างด้าวทยอยออกนอกประเทศแล้ว 29,000 คน และเดินทางเข้ามาใหม่ 60,000 คน
ขณะที่นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบทั้งกับแรงงานและนายจ้าง จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วั แต่ก็ยอมรับว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ปัญหาแรงงานต่างด้าวสะสมและไม่ได้รับการแก้ไข คือการจัดการระบบที่ผ่านมาไม่ดีพอ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า แรงงานทุกคนต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย และพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จก่อนกลับมาทำงาน ที่ผ่านมาการพิสูจน์สัญชาติยังไม่สมบูรณ์ เพราะรัฐบาลใช้แนวทางผ่อนผันออกบัตรสีชมพูเพื่อให้ทำงานได้และมีสถานะเป็นแรงงานชั่วคราว แต่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ เนื่องจากการพิสูจน์สัญชาติเป็นหน้าที่ของประเทศต้นทางที่ต้องดำเนินการเท่านั้น