หลังจากที่รัฐบาลกลางอินเดียได้เริ่มบังคับใช้ระบบภาษีสินค้าและบริการ หรือ GST ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลรัฐทมิฬนาฑูยังคงเก็บภาษีธุรกิจบันเทิงในอัตรา 30 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มจากภาษี GST ที่เก็บอยู่แล้วในอัตรา 28 เปอร์เซ็นต์ และ 18 เปอร์เซ็นต์ สำหรับตั๋วที่มีราคาสูงหรือต่ำกว่า 100 รูปี ประมาณ 52 บาท ตามลำดับ
นั่นหมายความว่าหลังจากรวมภาษีทั้งหมด ตั๋วชมภาพยนตร์ราคา 100 รูปี จะมีราคา 158 รูปี หรือประมาณ 82 บาท ขณะที่ตั๋วชมภาพยนตร์ในเมืองใหญ่ๆ เช่น เจนไน อาจมีราคาสูงถึง 260 บาท ขึ้นอยู่กับภาพยนตร์ รอบที่ฉาย และประเภทโรงภาพยนตร์
ผู้บริหารโรงภาพยนตร์ท้องถิ่นรายหนึ่งบอกว่า โรงภาพยนตร์เผชิญกับตัวเลขขาดทุนอยู่แล้วทุกวัน และต้องการให้ทางการรัฐยกเลิกภาษีบันเทิงที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันมีรายงานว่าบรรดาผู้สร้างภาพยนตร์ได้พยายามเข้ามาเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างเจ้าของโรงภาพยนตร์และรัฐบาลด้วย
สำหรับระบบภาษี GST ถือได้ว่าเป็นการปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ที่สุดของอินเดีย นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1947 โดยเป็นระบบที่เข้ามาแทนที่ระบบภาษีของรัฐต่างๆ และสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้กับตลาดอินเดีย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และประชากรกว่า 1,300 ล้านคน
ARUN SANKAR / AFP