วันนี้ (7 ก.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ภาวิณี ขอสงวนนามสกุล อายุ 65 ปี พร้อม น.ส.นิษฐาณัฐ หรือแม่นิด ภัทรธนินนิษฐ์ อายุ 54 ปี ได้เดินทางจากบ้านภายในซอยเทพพนม ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี มาที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อให้ปากเพิ่มเติม กับ ร.ต.อ.ชาตรี ศรีจันทร์ รอง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดีที่ถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความโกงเงินไปกว่า 1.3 ล้านบาท โดยนางสาวภาวิณีซึ่งเป็นอาของนางสาวนิษฐาณัฐ มาให้ปากคำในรายละเอียดที่ถูกหลอกเอาเงินสดไป 450,000 บาท เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับทนายพิสิษฐ์
น.ส.ภาวิณี เปิดเผยว่าทนายพิสิษฐ์ได้เอ่ยปากขอยืมเงินตนหลังเสร็จคดีว่าความเรื่องเป็นผู้จัดการมรดกให้หลานสาวโดยอ้างว่าต้องเรียนต่อในระดับปริญญาเอก และทำวิทยานิพนธ์ อีกทั้งต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆในระหว่างเรียนจึงต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ด้วยความที่ไว้เนื้อเชื่อใจประกอบกับช่วยว่าความให้หลานสาวเลยคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร ตนเองจึงโอนเงินให้ทนายพิสิษฐ์ไป มาทราบอีกทีจากหลานสาวว่าเขาเองก็โดนหลอกไปเป็นเงินล้านกว่าบาท
ตนเองจึงเอ่ยปากทวงถามแต่กลับได้คืนมาแค่แสนเดียว จึงให้หลานสาวทำสัญญากู้ยืมเงินขึ้นมา แต่ก็ไม่มีประโยชน์ทนายพิสิษฐ์กับหลบหน้าหายตัวไป เมื่อทราบข่าวจากทางสื่อมวลชนถึงเรื่องของน้องบีมเด็กหญิงพิการวัย 14 ปี ที่โดนโกงเงินไปเกือบ 5 ล้านบาท จึงปรึกษากับหลานสาวและออกมาเปิดเผยถึงเล่ห์เหลี่ยมของทนายรายนี้ต่อสังคม