เมื่อวันที่ (11 ก.ค. 60) นายสมบูรณ์ สิงห์คะราช อายุ 69 ปี เดินทางมาพร้อมลูกชายคือ นายเสกสรร สิงห์คะราช อายุ 30 ปี เพื่อร้องขอความเป็นธรรมผ่านผู้สื่อข่าว กรณีที่ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อของนายสมบูรณ์ไปลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือจากนั้นนำไปใช้ในการโทรศัพท์ติดต่อซื้อรถยนต์ราคาแพงจากผู้เสียหายแล้วหลบหนีไปในพื้นที่อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
นายเสกสรรเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 กุมพาพันธ์ ที่ผ่านมา นายสมบูรณ์ ผู้เป็นพ่อของตัวเองได้รับหมายเรียกให้เดินทางไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการซื้อรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ราคาตกลงซื้อขาย 6 แสนบาท โดยมิจฉาชีพได้โทรติดต่อซื้อขายรถยนต์คันดังกล่าวกับผู้เสียหาย
จากนั้นได้มีการส่งข้อความว่าได้มีการโอนเงินให้จนทำให้ผู้ขายหลงเชื่อทำสัญญาและส่งมอบรถให้กลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งกว่าจะมีการตรวจสอบพบยังไม่มีการโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชี กลุ่มมิจฉาชีพก็ได้นำรถคันดังกล่าวหลบหนีไปแล้ว โดยวันที่ 17 ก.ค. 60 นี้ ได้มีหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ไม่ได้ทำอีกด้วย
นายเสกสรร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนกรกฏาคมปี 2559 ที่ผ่านมา นายสมบูรณ์ก็เคยได้รับหมายเรียกให้ไปเป็นพยานในกรณีลัษณะเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่งจากสถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม กรุงเทพฯ โดยกรณีนั้นมีผู้ที่แอบอ้างชื่อของนายสมบูรณ์ไปลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือแล้วนำไปใช้ในการติดต่อซื้อรถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์เดวิดสัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยก่อนหน้านี้เคยติดต่อไปยังค่ายมือถือ เพื่อเช็คได้หลักฐานการสมัครใช้บริการได้อย่างไร แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
ทั้งนี้ นายเสกสรรยืนยันว่า นายสมบูรณ์ ผู้เป็นพ่อ ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือมานานกว่า 2 ปีแล้ว เชื่อว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากการลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือของผู้ให้บริการที่ปล่อยให้มีผู้นำหลักฐานของนายสมบูรณ์ไปใช้แอบอ้างลงทะเบียนได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ชื่อของนายสมบูรณ์ลงทะเบียนอีกหลายเบอร์ จึงต้องการร้องขอความเป็นธรรมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือต้องตอบคำถามให้ชัดเจนว่าปล่อยให้มีการแอบอ้าง ชื่อบุคคลอื่นไปลงทะเบียนได้อย่างไร และผู้ที่แอบอ้างเป็นผู้ใด เพื่อนำไปสู่การจับกุมตัวคนร้ายที่แท้จริง