หลังจากเมื่อวานนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งประเด็นการสังหารโหดยกครอบครัวของผู้ใหญ่บ้านไว้ 4-5 ประเด็นด้วยกัน แต่วันนี้ได้มีการมุ่งมาที่ 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือ เรื่องทรัพย์สินของผู้ใหญ่บ้าน และการสนับสนุนโรงโม่หินของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งพบว่าทั้งสองเรื่องนี้มีตัวละครที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน วันนี้ทีมข่าวพีพีทีวี ได้ตรวจสอบเอกสารประทานบัตรของโรงโม่หินที่ชื่อว่า อ่าวลึก ศิลาทอง ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558 จุดนี้น่าสนใจเพราะว่า แต่เดิมประมาณปีพ.ศ. 2554 – 2555 ได้มีการทำประทานบัตรของโรงโม่หินที่ชื่อว่า ตรังภูทอง แต่ก็ไม่สามารถสร้างโรงโม่หินที่บริเวณเขามโนราห์ และเขาเหล็กไฟได้ เนื่องจากถูกคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ ตอนนั้นนายวรยุทธ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ออกมาคัดค้านโรงโม่หิน แต่พบว่าหลังจากที่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้านแล้วก็ได้มีการไปนำเสนอควบรวมกิจการ โดยนายวรยุทธถูกระบุว่าเป็นตัวกลางในการเข้าไปดำเนินการนำนายทุนหรือเอกชนอีกรายหนึ่งเพื่อไปควบรวมกิจการของบริษัทตรัง ภูทอง ก่อนจะกลายเป็นบริษัท อ่าวลึก ศิลาทอง โดยจุดนี้มีตัวละครสำคัญ ที่ญาติของนายวรยุทธได้บอกว่า เป็นเพื่อนสนิทและเป็นคนที่คอยอุปถัมป์ค้ำจุนให้นายวรยุทธมีทรัพย์สินโดดเด่นขึ้นมาในระยะ 2-3 ปีหลัง และเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเพื่อนสนิทคนนี้อยู่ในหุ้นส่วนของโรงโม่หินแห่งนี้ เลยทำให้มีการเชื่อมโยงประเด็นนี้ขึ้นมา
จากนั้นจึงมีการเข้าไปพุดคุยกับชาวบ้านที่อยู่บริเวณเขาทั้ง 3 ลูกบริเวณโรงโม่หินและมีการเจรจาเพื่อซื้อขายที่ดิน แต่หลังจากนั้นกรมศิลปากรได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าพื้นที่นี้มีความสำคัญ ซึ่งภาพวาดโบราณอยู่ในถ้ำใน บริเวณนั้น ก่อนนายวรยุทธจะให้กรมศิลปากรมาตรวจสอบอีกก็พบว่ามีลูกปัดอยู่บริเวณภูเขา ทำให้กรมศิลปากรได้มีการขึ้นทะเบียนเขาทั้ง 3 ลูกนี้เป็นโบราณสถาน ทำให้ไม่สามารถที่จะดำเนินกิจการโรงโม่หินได้ ตรงจุดนี้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้โรงโม่หินดำเนินกิจการไม่ได้ ทั้งๆที่ใช้งบประมาณไปค่อนข้างมากพอสมควร
ขณะที่เมื่อทีมข่าวพีพีทีวี ได้พูดคุยกับทางญาติของผู้เสียชีวิตพวกเขาไม่ให้ให้น้ำหนักปมสังหารไปกับเรื่องโรงโม่หินแต่อย่างใด และไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาใหญ่ขนาดนั้น โดยประเด็นที่ญาติให้น้ำหนัก 2 เรื่อง คือเรื่องการเมืองท้องถิ่น เพราะนายวรยุทธ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่โดดเด่นขึ้นมาในระยะหลัง จึงอาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ถูกสังหารก็ได้ ส่วนญาติอีกฝ่ายก็มองว่าประเด็นชู้สาวอาจจะเป็นประเด็นที่ใหญ่กว่า และควรจะมีการตรวจสอบว่าผู้หญิงอีกคนที่ถูกระบุถึงนั้นเป็นใคร มีเบื้องหลังอย่างไร และมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวพันด้วยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ญาติตั้งข้อสังเกต
ส่วนอีกหนึ่งประเด็นที่มีการคาดการณ์นั้นคือเรื่องการ ฟ้องร้องประชาชนเรื่องการบุกรุกที่สาธารณะ ทีมข่าวพีพีทีวีได้สอบถามกับ นายมนัส ชูบุตร นายกอบต.บ้านกลาง ได้บอกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องเพราะเขายังไม่เห็นเอกสารที่บอกว่าผู้ใหญ่บ้านไปฟ้องเขาเลย เพียงแค่สอบสวนไปตามกระบวนการเฉยๆและยังไม่คิดว่าน่าจะมีประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้งขนาดนั้น