คนลั่นไกสังหาร “ผู้ใหญ่วรยุทธ” ไม่ใช่ “ซูริกฟัต”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อีก 2 วัน เป็นกำหนดการที่ตำรวจจะขออนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุบุกฆ่ายกครัวผู้ใหญ่วรยุทธ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะเดินทางลงพื้นที่ด้วยตัวเองอีกครั้ง ทำให้ชุดสืบสวนคดีนี้กำลังเร่งเก็บหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอย่างละเอียด ล่าสุดทีมข่าว PPTV ได้รับข้อมูลจากตำรวจชุดสืบสวนที่น่าสนใจอย่างมากว่าคนลั่นไก่สังหารผู้ใหญ่วรยุทธ อาจจะไม่ใช่นายซูริกฟัต บ้านนบวงศ์สกุล

วันนี้ (18 ก.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจยังคงแบ่งทีมลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติมในคดีฆ่ายกครัวนายวรยุทธ สังหลัง ตลอดเส้นทางที่กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้หลบหนี หนึ่งในนั้นคือ ปั้มน้ำแห่งหนึ่ง บนถนนเพชรเกษมในเขตอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ที่นี่ตำรวจได้ขอไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่เวลา 06.00 – 12.00 น. ของวันที่ 11 กรกฎาคม เพราะปรากฎข้อมูลว่า เวลานี้คือช่วงที่นายซูริกฟัตและกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดเดินทางมาขึ้นรถประจำทาง เพื่อแยกย้ายกันกลับไปยังสถานที่กบดานที่จังหวัดพังงา และจังหวัดระนอง

ชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่ในจุดนี้ ระบุว่า ภาพวงจรปิดจุดนี้จะเป็นหลักฐานส่วนหนึ่งในสำนวนคดี หลังตำรวจสามารถปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้จึงเดินทางมาเก็บหลักฐานเพิ่ม

ทั้งนี้ การทำงานที่รอบคอบและต่อเนื่องของตำรวจในคดีนี้ทำให้หลังประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชม ตำรวจที่ทำงานอย่างมืออาชีพ

เมื่อนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามถึงกระแสข่าวปรับตำแหน่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีฯ นายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถามนี้ แต่แสดงออกโดยส่ายหน้าและเดินออกไปทันที 

ส่วนภาพรวมของคดีวันนี้ตำรวจยังคงประชุมกันที่ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ โดยมีพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาสบ10 ทำงานร่วมกับทีมสืบสวน เพื่อรวบรวมหลักฐานสรุปสำนวนคดีเตรียมขออนุมัติหมายจับ เบื้องต้นที่อยู่ในข่ายถูกออกหมายจับมีด้วยกัน 8 คน จากทั้งหมด 9 คนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ โดยอาศัย ม.44 จากการทำงานของตำรวจจนถึงวันนี้ ทีมข่าว PPTV ได้รับข้อมูลสำคัญจากแหล่งข่าวในชุดสืบสวน ระบุว่า เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวจากหลักฐานและคำให้การของกลุ่มผู้ก่อเหตุ คนลั่นไกสังหารผู้ใหญ่วรยุทธ อาจไม่ใช่ นายซูริกฟัต นั่นหมายความว่า การฆ่ายกครัวจนมีผู้เสียชีวิต 8 ศพ ครั้งนี้ ไม่ได้มีผู้ลงมือคนเดียว

ทีมข่าว PPTV สร้างภาพจำลองเหตุการณ์จากข้อมูลที่พอจะเปิดเผยได้ของชุดสืบสวน อาจจะยังไม่สมบูรณ์ในรายละเอียด แต่ก็พอเห็นจุดสำคัญที่อาจมีผลต่อการตั้งข้อกล่าวหาในคดีนี้ เหตุการณ์สังหารยกครัวครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเวลาราว 16.00น. ของวันที่ 10กรกฎาคม นายซูริกฟัต และพวกที่จนถึงตอนนี้ระบุตัวได้ 8 คน เดินทางมาที่บ้านของผู้ใหญ่วรยุทธ และได้นำหมายศาลปลอมแสดงต่อคนภายในบ้าน โดยอ้างว่า ขอเข้าตรวจค้นอาวุธและยาเสพติด จากนั้นได้ควบคุมเครือญาติของผู้ใหญ่วรยุทธที่อยู่ภายในบ้านรวม 8 คน ประกอบด้วย ภรรยา ลูกๆ น้องภรรยาผู้ใหญ่วรยุทธ และลูกน้องน้องผู้ใหญ่วรยุทธอีก 2 คน

ต่อมาไม่สามารถระบุเวลาได้ชัดเจน นายสุทธิพงศ์ พริกดำ น้องเขยของผู้ใหญ่วรยุทธเดินทางมาที่บ้านหลังเกิดเหตุเพื่อตามลูกสาวของตัวเอง 2 คน ซึ่งมาเล่นที่บ้านผู้ใหญ่วรยุทธ จนได้พบกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ  เมื่อสมาชิกในบ้านที่ถูกควบคุมตัวไว้ทราบว่ามีคนเดินทางมาจึงตะโกนขอความช่วยเหลือ และจะเกิดการชุลมุนขึ้นเมื่อน้องเขยผู้ใหญ่วรยุทธขัดขืนต่อสู้ แต่ด้วยตัวคนเดียวทำให้ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุจับไปควบคุมตัวแยกไว้อีกห้องหนึ่ง และไม่นานนายซูริกฟัตก็ตัดสินใจลั่นไกปลิดชีพนายสุทธิพงศ์เป็นศพแรก ก่อนที่ภรรยาของนายสุทธิพงศ์จะเดินทางมาตามสามีและลูก เพราะผิดสังเกตที่หายไปนาน และก็ได้ถูกกลุ่มนายซูริกฟัตควบคุมตัวไปเพิ่มเติมอีกรวม 11 คน

เวลาหลังจากนั้นทีมข่าว PPTV ไม่มีข้อมูลพอจะอธิบายได้ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ได้ข้อมูลว่าผู้ใหญ่วรยุทธเดินทางกลับเข้ามาบ้านเป็นคนสุดท้ายในเวลาราว 20.00น. ตามที่ปรากฎเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ถึงจุดนี้มีข้อมูลที่ทีมข่าว PPTV ได้รับ 2 ชุด

ชุดที่ 1 เมื่อผู้ใหญ่วรยุทธเดินทางมาถึง และได้พบกับกลุ่มคนร้าย ก็ได้หลบหนีเข้าสวนปาล์มใกล้บ้าน โดยมีกลุ่มผู้ก่อเหตุ 2 คน ติดตามไป คือ คือนายอรุณ ทองคำ และนายธวัฒชัย บุญคง ทั้งคู่สามารถจับผู้ใหญ่วรยุทธกลับเข้ามาภายในบ้านได้ โดยนายซูริกฟัตได้สั่งการให้นำตัวผู้ใหญ่วรยุทธขึ้นไปอยู่ภายในรถคันหนึ่งที่อยู่ภายในบ้าน จากนั้นก็ได้ใช้กำลังบังคับให้ผู้ใหญ่วรยุทธเซ็นโอนรถโตโยต้ายาริสของผู้ใหญ่บ้านให้กับนายซูริกฟัต และบังคับให้โทรหาเพื่อนสนิทขอยืมเงิน 5 แสนบาท เป็นส่วนหนึ่งของแผนลวงตำรวจให้เข้าใจว่า ผู้ใหญ่วรยุทธมีปัญหาด้านการเงินจนเกิดภาวะเครียดฆ่าคนในครอบครัวตัวเอง โดยข้อมูลชุดนี้เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในรถ เมื่อเสร็จผู้ก่อเหตุก็นำตัวผู้ใหญ่วรยุทธเข้าไปภายในบ้าน จนผู้ใหญ่วรยุทธเห็นว่า เครือญาติและสมาชิกในครอบครัวตัวเองถูกฆ่า จึงตัดสินใจต่อสู้กับนายซูริกฟัตจนปืนของผู้ใหญ่วรยุทธที่นายซูริกฟัตถืออยู่ล่วงหล่น เมื่อนายอรุณ ทองคำ หนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุเห็นท่าไม่ดี และอยู่ใกล้กับปืนจึงคว้าปืนและยิงใส่ผู้ใหญ่วรยุทธ แต่ทีมข่าว PPTV ไม่มีข้อมูลว่า ยิงลักษณะไหนและเข้าบริเวณใด มีคนช่วยล็อคตัวผู้ใหญ่วรยุทธหรือไม่ 

ส่วนข้อมูลชุดที่ 2 มีลำดับเหตุการณ์คล้ายคลึงกันต่างตรงที่ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในบ้าน หลังนายอรุณและนายธวัฒชัย ตามจับตัวผู้ใหญ่วรยุทธจากสวนปาล์มได้

ข้อมูลทั้งหมดมีความสำคัญต่อการตั้งข้อหากลุ่มผู้ก่อเหตุที่จะออกหมายจับในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ โดยเบื้องต้นคาดว่า ข้อหาจะอยู่ในกรอบร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายจิตใจผู้อื่น และแต่งกายเลียนแบบทหาร

แม้จนถึงตอนนี้คดีจะคลี่คลายได้ระดับหนึ่ง แต่ญาติของผู้ใหญ่วรยุทธ ยังไม่สบายใจ เพราะไม่รู้ว่า ตำรวจจับผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมดหรือยัง

สาเหตุที่ญาติยังไม่มั่นใจ ส่วนหนึ่งมาจากปมเรื่องที่ดินระหว่างผู้ใหญ่วรยุทธกับนายซูริกฟัต เพราะตามข้อมูลปรากฎชื่อคนที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ให้ทุนรับจำนองที่ดินเหนือนายวรยุทธอีกคน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ปรากฎว่าตำรวจมีหลักฐานว่าคนนี้เกี่ยวข้องด้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ