หลังจากจำเลย 40 คนที่ศาลมีคำสั่งยกฟ้องในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา คดีประวัติศาสตร์คดีหนึ่งของประเทศ จากการจำแนกสามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเครือข่ายของนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง มีจำนวน 8 คน ซึ่งมีทั้ง อดีตนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดสตูล เพื่อน และญาติสนิท 2.กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 2 คน ได้แก่ นายตำรวจ ยศ ร้อยตำรวจโท 1 คน อีกคนเป็นนายทหาร ยศ ร้อยเอก สังกัด กอ.รมน.ภาค 4 3.กลุ่มเครือข่ายรับจ้าง ดูแล ขนย้ายชาวโรฮิงญาเขาแก้ว และเครือข่ายค้ามนุษย์จังหวัดระนองและสงขลา จำนวน 8 คน 4.กลุ่มที่พบกระแสเงินโอนเข้าบัญชี และเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน จำนวน 22 คน ในคำพิพากษาสั่งยกฟ้องจำเลยทั้ง 40 คน มีทั้งการยกประโยชน์ข้อสงสัยในการนำสืบให้กับจำเลย และการนำหลักฐานมาต่อสู้หักล้างข้อกล่าวหา
จากคดีค้ามนุษย์ครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งมีจำเลยถึง 103 คน แสดงให้เห็นถึงเครือข่ายการกระทำผิดที่มีความสลับซับซ้อนและเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งในมุมมองของ นายสุรพงษ์ กองจันทึก อดีตประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชน ด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ เชื่อว่า ยังมีกลุ่มผู้ต้องสงสัยร่วมขบวนการที่ยังหลงเหลืออยู่อีก
นายสุรพงษ์ เชื่อว่า คดีนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายผลไปตรวจสอบ จัดการปัญหากลุ่มค้ามนุษย์กลุ่มอื่นๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศ ซึ่งนอกจากกลุ่มโรฮิงญาแล้วยังมี กลุ่มอุยกูร์ ปาเลสไตน์จากซีเรีย และปากีสถาน ที่มีขบวนการนายหน้าในพื้นที่เหมือนกับโรฮิงญา ใช้วิธีหลอกคนที่ต้องการหนีจากความยากลำบาก หนีเรื่องการเมือง เรื่องศาสนา การสู้รบ เข้ามาในประเทศไทยเพื่อไปยังประเทศที่สาม ขบวนการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น จะสามารถเรียกเงินหรือผลประโยชน์ได้มากกว่าโรฮิงญา รัฐบาลจึงต้องมีนโยบายจัดการกับขบวนการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง