เมื่อวานนี้ (25 ก.ค.60) นพ.สุเทพ เพรชมาก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยคนเลิกสูบบุหรี่ได้ และบุหรี่ไฟฟ้ายังมีสารต่าง ๆ โดยเฉพาะสารนิโคตินเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ปกติทั่วไป ซึ่งจะกระทบต่อสุขภาพ ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อสูดดมเข้าสู่ปอดแล้ว ไม่ใช่มีเพียงไอน้ำกับสารนิโคตินเท่านั้น แต่ยังมีสารเคมีที่ใช้ในขบวนการผลิตและปรุงแต่งกลิ่นรส รวมทั้งสารก่อมะเร็งด้วย
ทั้งนี้ จากผลสำรวจการบริโภคยาสูบในเยาวชนไทย อายุ 13-15 ปี ในปี 2558 พบว่าเยาวชนชายสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึงร้อยละ 4.7 และเยาวชนหญิงร้อยละ 1.9 ซึ่งจะมีแนวโน้มที่เพื่มขึ้น ด้วยเหตุนี้รัฐบาลปัจจุบันจึงกำหนดให้ บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า และบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งหากมีผู้ฝ่าฝืนจะมีโทสจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับเป็นเงิน 5 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังกำหนดให้ห้ามขาย หรือห้ามให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า มีโทษสำหรับผู้ขาย ผู้ให้บริการ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้ผลิต ผู้สั่ง ผู้นำเข้าเพื่อขาย จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ภาพ DENIS CHARLET / AFP
KENZO TRIBOUILLARD / AFP