วันนี้ (1 ส.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังอยู่ในระดับวิกฤต หลังได้รับอิทธิพลจากพายุเซินกา และเขื่อนลำปาวที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากที่สุดในรอบ 15 ปี ได้เพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็นวันละ 25-30 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำถูกน้ำในลำน้ำปาวเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ตลอดจนบ้านเรือนประชาชนขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ล่าสุด ชาวบ้านต้องเร่งนำกระสอบทรายเสริมพนังกั้นแม่น้ำชี 3 จุด ได้แก่ หลักกิโลเมตรที่ 2 บริเวณบ้านสะดำสี ตำบลลำชี/หลักกิโลเมตรที่ 8 และหลักกิโลเมตรที่ 12 บริเวณบ้านท่าเยี่ยม หลังพบการทรุดตัวจากแรงดันของแม่น้ำชีที่กำลังกัดเซาะเข้าถึงพนังชั้นใน โดยชาวบ้านหวั่นวิตกว่าจะเกิดลักษณะคล้ายกับอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554
ส่วนที่จังหวัดนครพนม ปัญหาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จากมวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลลงสู่หนองหาร จังหวัดสกลนคร ก่อนไหลลงตามลำน้ำก่ำ และระบายสู่แม่น้ำโขง ทำให้พื้นที่ตลอดแนวลำน้ำก่ำได้รับผลกระทบหนักใน 5 อำเภอได้แก่ อำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอเรณูนคร อำเภอนาหว้า และ อำเภอศรีสงคราม บ้านเรือนของชาวบ้านถูกน้ำท่วมขังมากกว่า 3,000 ครัวเรือน มีนาข้าว ได้รับความเสียหายมากกว่า 1 แสนไร่
ทั้งนี้สำหรับอำเภอวังยาง ได้รับผลกระทบแล้ว 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลวังยาง 2. ตำบลยอดชาด ตำบลหนองโพธิ์ และตำบลโคกสี ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 300 ครัวเรือน นาข้าวได้รับความเสียหายแล้วกว่า 5,000 ไร่ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านนาขาม ตำบลยอดชาย อำเภอวังยาง ได้รับผลกระทบรุนแรง น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 40 ปี ทางจังหวัดนครพนม ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเร่งด่วน