วันนี้ (3 ส.ค.60) เมื่อเวลา 19.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายกันตพิชญ์ งามเอก 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่อยู่ในกลุ่มขบวนการอุ้มเรียกค่าไถ่ ที่อุ้มนายธนบดี จิตตา ผู้เสียหายที่ถูกซ้อมและรูดทรัพย์ เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา เดินทางมาที่มำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้เสียหายชี้ตัวแล้ว ขณะนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่าย หลังจากตำรวจได้การจับกุมคนร้ายได้ที่รัชดาซอย 36 หลังผู้เสียหายแจ้งพิกัดที่พักผู้ต้องหา โดยการเดินทางมาชี้ตัวคนร้ายวันนี้ มีทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ เดินทางมาด้วย เบื้องต้นผู้เสียหายชี้ตัวผู้ต้องหาถูกต้อง และต้องการให้ตำรวจคัดค้านประกันตัวและจับกลุ่มผู้ร่วมขบวนการที่อ้างว่าเป็นตำรวจ-ทหารให้ได้ทั้งหมด ยอมรับว่า เคยมีปัญหาเรื่องการรับซื้อรถยนต์มาก่อน แต่คดีได้จบไปนานแล้ว
ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพทั้งหมด บอกว่าได้จ้างคนมีสีอ้างเป็นตำรวจ-ทหารมาอุ้มปล้นทรัพย์จริง ซึ่งได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวนตามสืบจับกุมดำเนินคดีต่อไป และยืนยันว่า จะเอาผิดให้ถึงที่สุดแม้เป็นตำรวจ-ทหาร ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 4 คน จับได้แล้ว 1 คน และแจ้งข้องหาปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน ใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิด กักขังหน่วงเหนี่ยวให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ และ พกอาวุธผิดกฎหมายไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคืนนี้ตำรวจจะสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อสืบหารายชื่อผู้กระทำความผิด เพราะหมายจับอีก3 คนเป็นเพียงหมายจับตามภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิด
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายธนบดี จิตตา ผู้เสียหายที่ถูกซ้อมและรูดทรัพย์ วัย 21 ปี เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า เกิดเหตุเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมาคนร้ายได้โทรมานัดว่าให้ออกมาคุยกันเรื่องรถ พร้อมกับชวนดื่มกาแฟและชวนไปเที่ยว คนที่โทรมานัดเป็นคนรู้จักกัน ซึ่งตนเคยรับซื้อรถของเขา โดยซื้อตามกฎหมาย แต่เขาบอกว่าตนไม่ได้จ่ายเงิน ก็เลยไปพบกับพนักงานสอบสวนที่เขาไปแจ้งความ ก็นำเอกสารไปแจ้งตำรวจเพื่อความบริสุทธิ์ใจ หลังจากนั้นก็ยังคบหากันปกติ เมื่อไปถึงร้านกาแฟแต่ยังไม่ทันได้ดื่ม ก็มีชายรวมคนที่มาด้วยแล้ว 6 คน ก่อนจะกระชากคอเสื้อและใส่กุญแจมือ ขณะที่คนที่อยู่ในร้านได้สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น หนึ่งในนั้นก็บอกว่า “เป็นตำรวจครับ” ก่อนจะใส่กุญแจมือแล้วก็ลากออกมาจากห้างสรรพสินค้า โดยไม่มีหมายค้น หมายจับใดๆ เมื่อขึ้นรถก็เข้าใจว่า อาจจะเป็นคดีความเรื่องการซื้อขายรถ และคิดว่าคงไปคุยกันที่สถานีตำรวจ
หลังจากโดนพาขึ้นรถแล้วก็ถูกนำผ้ามาปิดตา จากนั้นก็ล้วงกระเป๋าว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง ทั้งกระเป๋าสตางค์ กุญแจรถเบนซ์ นาฬิกา มือถือ ตอนนั้นก็เริ่มคิดว่าไม่ใช่ตำรวจ เริ่มผิดวิสัยแล้ว คนที่นั่งในรถก็ทำร้ายผมและใช้ปืนจ่อเพื่อให้เงียบ และบอกให้คนขับพาไปที่เปลี่ยว พร้อมกับบังคับให้บอกรหัสผ่านโทรศัพท์ รวมทั้งถามรหัสเอทีเอ็ม ทั้งบัตรและออนไลน์ และขับรถวนอยู่แถวรัชดา ขณะนั้นก็ร้องขอชีวิต และมีคนที่อยู่ในรถโทรหาคนที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้จัดหารถแบคโฮให้คงคิดว่าน่าจะถูกฝังแน่ๆ เลยร้องขอชีวิตว่า มีทรัพย์สินเพิ่ม อยากได้อะไรให้เอาไปเลย ก่อนจะถามถึงรถ และมีทรัพย์สินอยู่ที่อพาร์ทเม้น ก็ขับรถไปถึง มีเพียงสองคนที่ไม่ได้ลงจากรถ พอลงจากรถก็เอาผ้าเปิดตาเป็นบางจังหวะเพื่อไม่ให้คนสงสัย เมื่อเข้าไปในห้องก็จะถามหาทรัพย์สิน ได้นาฬิกา โน๊ตบุ๊ค เมื่อได้ทรัพย์สิน แล้วก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มและซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ระหว่างนั้นก็เปิดตาบ้างปิดตาบ้าง
ก่อนผู้เสียหายได้บอกคนร้ายว่ามีทรัพย์สินเพิ่มเติมอีกแห่งหนึ่งที่บ้านพี่ชาย และคิดว่าภายในซอยมีสถานีตำรวจอยู่ ก่อนจะหลอกให้ถอดกุญแจมือให้ เพื่อไปเคาะประตู ขณะนั้นมีคนร้ายลงมาคุมเชิงอยู่ 2 คน และจะใช้โอกาสนั้นวิ่งหนี ซึ่งเป็นซอยทางลัดที่รถเข้าไม่ได้ ก่อนจะเจอพลเมืองดีที่นั่งอยู่หน้าบ้านช่วยเหลือพาไปยังสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง