กลยุทธ์ "วอลมาร์ท" บริษัทใหญ่ปั้นรายได้สูงสุดปี 2017

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้ว่าสถานการณ์ของ วอลมาร์ท ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในอเมริกาจะส่อแวววิกฤตตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว จนต้องปิดสาขาไปราว 269 แห่งทั่วโลก ทำให้พนักงาน 10,000 ตำแหน่งได้รับผลกระทบตามไปด้วย แต่บริษัทกลับหยัดยืนอยู่ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นิตยสาร Fortune ยกย่องวอลมาร์ทให้เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2017 ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 โดยวัดจากรายได้รวมของแต่ละบริษัททั้งหมด 500 บริษัท โดยสามารถรักษาผลประกอบการอยู่ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ตลาดค้าปลีกออฟไลน์ในสหรัฐฯ เริ่มหดตัว และผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น หรือธุรกิจรีเทลจะไม่ได้พ่ายแพ้อีคอมเมิร์ซ ซึ่งจากปัจจัยเหล่านี้ต่าง ๆ ทั้ง การปรับกลยุทธ์สู่ออนไลน์ ขยายตลาดด้วยการซื้อสตาร์ทอัพและอีคอมเมิร์ซ โดยปรับตัวเข้าสู่สมรภูมิออนไลน์เพื่อความอยู่รอด นำเทคโนโลยีและ Know-how ของกิจการสตาร์ทอัพที่เข้าซื้อมายกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งบนเว็บ Walmart.com ให้ราบรื่น ดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีอายุน้อยกว่าและมีรายได้สูงกว่าฐานลูกค้าเดิม

ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยี โดย วอลมาร์ท ตัดสินใจซื้อกิจการ Jet.com  เพราะต้องการทักษะความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดบริการที่ดี ซึ่งเป็นจุดแข็งของร้านออฟไลน์ และพยายามทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาระบบการทำงานทั้งบนออนไลน์และออฟไลน์ให้มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนจัดเก็บข้อมูลของเนื้อหมูที่ส่งจากฟาร์มในจีน ทำให้ตรวจสอบสินค้าเรียกคืนได้ง่ายขึ้น การเปิดตัวจุดรับสินค้าอัตโนมัติ โดยเน้นสินค้าประเภทอาหารสดและวัตถุดิบกว่า 30,000 รายการ เพื่อเอาใจกลุ่มครอบครัวที่ไม่มีเวลาจับจ่ายซื้อของนานๆ ซึ่งสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์และมารับสินค้าเองตามจุดรับภายในเวลาไม่กี่นาที โดยที่ผลิตภัณฑ์ยังคงความสดใหม่ นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าแผนกไอทีของบริษัทกำลังวางแผนพัฒนา VR สำหรับช้อปปิ้งที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันอีกด้วย

ส่วนของภาคบริการออฟไลน์ วอลมาร์ท เริ่มทดลองใช้ระบบการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน ‘Scan & Go’ ลูกค้าสามารถสแกน QR Code ของสินค้าผ่านมือถือหรือเครื่องสแกนของ วอลมาร์ท ได้เลย โดยระบบจะตัดเงินจากบัญชีที่ผูกในแอปฯ อัตโนมัติเพื่อตัดปัญหาการต่อคิวจ่ายเงินนาน ๆ  ถ่ายเลือดใหม่ในองค์กร ที่ได้พนักงานรุ่นใหม่ฝีมือดีที่เคยทำสตาร์ทอัพมาก่อนเข้ามาทำงานร่วมกัน เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงานว่า หลังซื้อกิจการ Jet.com แมคมิลลอนตั้งใจจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แอ็กทีฟมากขึ้น ลดการเมืองในที่ทำงานและมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าแทน โดยยึดหลักการทำงานตามแนวคิด Lean & Fast ที่เน้นการทำงานอย่างรวดเร็วและลดทอนส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป เหมือนกับสตาร์ทอัพ ที่สำคัญ พนักงานทั้งฝ่ายออฟไลน์และอีคอมเมิร์ซต้องทำงานประสานกันเสมอ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ