สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มติหมายเลข 2371 ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอย่างเป็นเอกฉันท์ 15เสียง ให้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ เนื่องจากเกาหลีเหนือทดลองยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงจากนานาประเทศ รวมถึงยังทำผิดต่อข้อตกลงที่ทำไว้กับสหประชาชาติด้วย
ทั้งนี้ มาตรการใหม่นี้มุ่งเน้นไปที่ภาคการส่งออก สินค้าหลักของเกาหลีเหนือ เช่น ถ่านหิน, เหล็ก, สินแร่เหล็ก, ตะกั่ว และอาหารทะเล โดยเชื่อว่า มูลค่าที่เกาหลีเหนือต้องสูญเสียไปอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 ใน 3 ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมด นอกจากนี้การลงโทษยังครอบคลุมไปถึงการเคลื่อนไหวของทรัพย์สินต่างๆ เช่นการธนาคาร การร่วมหุ้นระหว่างรัฐบาลเกาหลีเหนือกับบริษัทต่างชาติด้วย
ด้านนางสาวนิกิ เฮลี่ย์ เอกอัคราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีที่สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ทั้ง 15 ประเทศ ซึ่งรวมถึงรัสเซียและจีน ต่างเห็นชอบกับการลงโทษเกาหลีเหนือครั้งนี้ ซึ่งเธอยังบอกด้วยว่า มติล่าสุดครั้งนี้ ถือเป็นการลงโทษครั้งรุนแรงที่สุด ที่เกาหลีเหนือเคยเผชิญมา
ขณะที่สื่อของทางการเกาหลีเหนือ ตีพิมพ์บทความที่เนื้อหาว่า การกระทำครั้งนี้ซึ่งมีสหรัฐเป็นตัวตั้งตัวตี ถือเป็นการกะทำที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐบาลเปียงยางอย่างยิ่ง แต่คนที่จะสูญเสียก็คือสหรัฐเอง