วันนี้ (10 ส.ค.60) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.อธิบายถึงเหตุผลการใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่งปรับย้าย กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาเป็น สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ว่า แยกหน่วยงานออกมา เพื่อรองรับกฎหมายทรัพยากรน้ำ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นการเพิ่มอำนาจ หน้าที่ให้กับ “กรมทรัพยากรน้ำ” ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของ “คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” หรือ กนช. ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทำหน้าที่ประสานกับ 30 หน่วยงานบริหารจัดการน้ำร่วมกับ 10 กระทรวง โดย วรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำยืนยัน พร้อมทำหน้าที่นี้ทันที จากเดิม “กรมทรัพยากรน้ำ” ต้องเสนองานผ่าน “กระทรวง” ก่อนเข้า “คณะกรรมการ กนช.” ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มองว่า ทำให้เกิดความล่าช้า ขณะที่ “สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” สามารถเสนอแผนงานให้คณะกรรมการ กนช. ได้โดยตรง ขณะที่ในวันอังคารที่ 15 สิงหาคม หลังประชุมคณะรัฐมนตรี นายวิษณุ จะเชิญอธิบดี กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมอุตุนิยมวิทยา หารือโครงสร้างและวิธีเชื่อมโยงการทำงานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดกาฬสินธุ์ บ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตรยังคงถูกน้ำท่วมต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ ที่เขื่อนวังยาง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น หลังเขื่อนลำปาวเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 25 ล้านลูกบากศ์เมตร เป็น 30 ล้านลูกบากศ์เมตร เพราะเขื่อนรับน้ำได้อีกเพียง 235 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น
ส่วนที่นครพนม เจ้าหน้าที่โครงการชลประทาน ระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ต.นาคูณใหญ่ อ.ศรีสงคราม เนื่องจากระดับน้ำยังสูงมากกว่า 1 เมตร ไม่มีท่าทีลดลง เพราะน้ำจากสกลนครไหลมาสมทบต่อเนื่อง ล่าสุดที่ ต.นาคูณใหญ่ ชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนมากกว่า 200 ครัวเรือน