ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลงานวิจัยจาก The Lancet Breastfeeding Series 2016 เรื่อง “ผลของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อสุขภาพ พัฒนาการเด็กและการพัฒนาประเทศ” ระบุว่า ประเทศไทย มีทารกเพียง 46% ที่ได้รับนมแม่ตั้งแต่ชั่วโมงแรกของชีวิต ทารก 12% ได้รับนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และเด็กเพียง 18% ได้รับนมแม่จนอายุ 2 ปี รวมทั้งหากประเทศต่าง ๆ ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างจริงจัง จะช่วยพัฒนาทั้งเศรษฐกิจและสุขภาพของแม่และเด็ก มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเหมาะสมสามารถช่วยชีวิตเด็กทั่วโลกได้ 820,000 คนต่อปี และ ทุก 1 ปีที่แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานขึ้น จะช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมได้ร้อยละ 6
นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า หลักฐานงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกแสดงให้เห็นบทบาทของนมแม่ต่อการพัฒนาเด็ก โดยเด็กที่กินนมแม่สามารถมีไอคิวเพิ่มขึ้นได้ถึงเกือบ 3 จุด ดังนั้น การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่จะช่วยให้เด็กทุกคน มีสุขภาพที่ดีและพัฒนาการดีสมวัย และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพดี
สำหรับในประเทศไทย มีการวิเคราะห์ว่าหากเด็กทุกคนได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ ประเทศไทยจะสามารถป้องกันการสูญเสียรายได้ถึง 192.6 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี จากความสามารถของสมองที่เพิ่มขึ้น และยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเด็กที่ป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงและปอดบวมถึง 7.6 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย แต่ปัญหาและอุปสรรคต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในไทย คือ การทำงาน โดยเฉพาะแม่ที่ต้องออกมาทำงานนอกบ้านทั้งในระบบและนอกระบบ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เดือนมกราคม 2557 มีผู้หญิงทำงาน มากถึงร้อยละ 45.25 หรือคิดเป็นจำนวน 37.79 ล้านคน ซึ่งในกลุ่มสตรีเหล่านี้เมื่อเป็นแม่ หลังคลอดลูก ส่วนใหญ่จะรีบกลับมาทำงาน ระยะเวลาของการที่แม่จะให้นมลูกได้เต็มที่จะเป็นช่วงระยะลาคลอดเท่านั้น คือ 90 วัน
ทั้งนี้ ยังมีแม่บางคนกลับมาทำงานก่อนครบวันลาคลอด ด้วยเหตุผลว่า ไม่อยากขาดรายได้ร้อยละ 37.8, เกรงใจเพื่อนร่วมงานร้อยละ 24.3, นายจ้างตามตัวให้กลับไปทำงานร้อยละ 18.9, เพื่อรักษาตำแหน่งร้อยละ 18.2, อื่นๆ ร้อยละ 10.8 และกลัวไม่ได้ขึ้นเงินเดือน หรือ ถูกลดโบนัสร้อยละ 2.7
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ส่งเสริมแนะนำสถานประกอบกิจการ จัดให้มีสถานที่สำหรับมุมนมแม่อย่างเป็นสัดส่วนเฉพาะในสถานประกอบกิจการ เพื่อสนับสนุนให้แรงงานสตรีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เสริมศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ทำแอพลิเคชั่น “มุมแม่”หรือ MoomMae เพื่อบริการเนื้อหาความรู้นมแม่ ข้อมูลคลินิกนมแม่ในโรงพยาบาลและสถานที่ตั้งของมุมนมแม่ด้วย