ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภูเขาไฟโบรโม่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากความสูงไม่มากนัก และเดินทางถึงยอดเขาได้โดยง่ายชื่อ โบรโม มาจากตัวสะกดในภาษาชวาของคำว่า "พรหม" ซึ่งเป็นพระนามของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีเทศกาล Yadnya Kasada ชนชาวพื้นเมืองจะเดินเท้าขึ้นไปบนปากปล่องภูเขาไฟ และประกอบพิธีเซ่นไหว้เทพเจ้าโดยการโยนอาหาร ดอกไม้ และสัตว์บูชายัญลงในแอ่งภูเขาไฟ ภูเขาไฟโบรโมเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2547 และตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2553 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ ภูเขาแห่งนี้จะไม่ใช่ลูกที่สูงที่สุด แต่ก็เป็นภูเขาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกแห่ง ส่วนที่ทำให้นักท่องเที่ยวสนใจมาเที่ยว เพราะมีจุดชมวิวที่ดีที่สุดจากยอดภูเขาไฟ มองไปที่ทะเลทรายข้างล่างและวิวรอบ ๆ รวมถึงมารอรับอรุณบนยอดภูเขาไฟอันร้อนแรงแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม ในบางวันศูนย์ภัยพิบัติของอินโดนิเซีย ก็มีการเตือนเรื่องการเดินทางเข้าไปชมภูเขาไฟจอมพิโรธนี้อยู่ และบริเวณปล่องภูเขาไฟนั้นก็ยังคงมีควันสีขาวลอยฟุ้งออกมา โดยที่รอบ ๆ ภูเขาไฟแห่งนี้นั้นล้อมรอบไปด้วยทะเลทราย อันเกิดจากเถ้าถ่านและฝุ่นผงจากการระเบิดของภูเขา ส่วนการเดินทางขึ้นไปดูปากปล่องภูเขาไฟโบรโมจะต้องขี่ม้าหรือเดินขึ้นไป แต่ม้าไปส่งได้แค่ไหล่เขาชั้นต้นเท่านั้น ช่วงถัดไปต้องเดินตามขั้นบันไดด้วยตัวเอง เป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร ระหว่างทางมีที่พักกลางทางให้นั่งพักเหนื่อย
สำหรับกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชอบทำกันก็คือเดินบนขอบปากปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเป็นสันกว้างสามารถเดินได้โดยรอบ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเพราะขอบปากปล่องภูเขาไฟเป็นทรายที่ค่อนข้างลื่นส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นหนุ่มสาวและมาเป็นคู่ต่างซื้อดอกไม้ป่าสีสวยกำใหญ่จากชาวบ้านที่ขึ้นมาขายถึงข้างบน ตั้งใจอธิษฐานของสิ่งที่ต้องการแล้วโยนช่อดอกไม้ลงไปในปากปล่องภูเขาไฟ