วันนี้ (15 ส.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นซิลฟี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กย 2118 กทม. ถูกนำมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรคูคต จ.ปทุมธานี หลังพบว่าเป็นรถยนต์ต้องสงสัยที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีการอุ้มฆ่า นางสาวพลอยนรินทร์ ผลิผล หรือ น้องพลอย โดยผู้ครอบครองรถได้นำหลักฐานมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
นายศุภโชค สดับจิตร์ ผู้ครอบครองรถคนปัจจุบัน เปิดเผยว่า รถเก๋งคันนี้ตนได้ซื้อมาจากเต้นรถแห่งหนึ่งย่านเลียบด่วนรามอินทรา โดยทำสัญญาเช่าซื้อเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 และจัดไฟแนนซ์ผ่านบริษัทเอเซียเสริมกิจลิสซิ่ง มหาชน(จำกัด) และไม่เคยทราบมาก่อนว่ารถคันที่ตนเองขับอยู่เกือบ 3 ปี จะเคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.พลอย หลังได้รับการติดต่อจากตำรวจชุดสวน จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า รถคันดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม น.ส.พลอย จึงได้นำรถยนต์คันนี้มามอบให้เจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ส่วนความคืบหน้าด้านคดีความหลังพบจุดที่ทิ้งศพภายในป่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบดีเอ็นเอของกระดูกที่พบ ได้ผลยืนยันเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเป็นของน้องพลอยจริง
พลตำรวจตรี ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า คดีนี้แยกเป็น 2 ส่วน คดีแรกคือการหายตัวไปของน้องพลอย ซึ่งทางตำรวจ สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ติดตามคดีมาตลอดและได้ออกหมายจับ นายพลกฤต วิเศษ อดีตนายทหารยศสิบเอก ซึ่งเป็นแฟนเก่าของน้องพลอย ไว้ตั้งแต่ปี 2557 แล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามจับกุมมาโดยตลอด กระทั่งล่าสุดนายพลกฤต ถูกจับกุมตัวได้ และจากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือฆ่าน้องพลอยจริง ก่อนจะนำศพมาเผาอำพรางคดีที่ จ.สระบุรี ทางเจ้าหน้าที่จึงเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและซ่อนเร้นอำพรางศพ
ส่วนอีกคดีหนึ่งศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ได้ออกหมายจับ นายพลกฤต ในความผิดฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กลอุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายฯ หลังมารดาของน้องพลอยได้แจ้งความร้องทุกข์ ต่อมาได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและพยานบุคคล จนมีหลักฐานเชื่อได้ว่า นายพลกฤต เป็นผู้ลักพาตัวน้องพลอยไป