ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผนที่ทางอากาศแสดงแนวเขตที่ถูกบุกรุก ในพื้นที่หมู่ 12 ตำบลจรเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ ที่มีกลุ่มนายทุนชาวจีนเข้ามาครอบครองทำการเกษตร และปักเสาปูนล้อมรั้วลวดหนามกั้นไว้ โดยอ้างว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ราชพัสดุเพื่อใช้ประโยชน์ทางทหาร
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีอาณาเขตติดต่อกับชายแดนประเทศเมัยนมา และเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของกองพลทหารราบที่ 9 จึงมีความสุ่มเสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อยระหว่างประเทศ โดยลักษณะการครอบครองมีการขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำ และขุดบ่อดินขนาดใหญ่อีกสองแห่งเพื่อกักเก็บน้ำที่ไหลมาจากห้วยลำทรายตอนบน ส่งผลให้ชาวบ้านหมู่ที่ 10 ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร กว่า 80 ครัวเรือน
นอกจากนี้การประกอบเกษตรกรรมยังใช้สารเคมีอย่างรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อแหล่งน้ำธรรมชาติและสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง การกระทำดังกล่าวนอกจากจะมีความผิดฐานบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุแล้ว ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพราะการที่คนต่าวด้าวทำเกษตรกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว
ขณะที่ พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะร่วมหารือกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดกาญจนบุรีอย่างยั่งยืนต่อไป