วันนี้ (18 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี นำโดยพล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน จับกุมตัว นายทศพลหรือต่าย ศรีพรรณ อายุ34ปี ชาวบ้านตำบลหมูม่น อ.เมืองอุดรธานี และ น.ส.ราตรีหรือเพ็ญ แก้วพิลา อายุ24ปี ชาวตำบลนิคมสงเคราะห์ อ.เมืองอุดรธานี พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดจำนวน1,735 เม็ด ,อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. จำนวน1 กระบอก ,กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน1นัด ,รถจยย.จำนวน2 คัน และรถยนต์มาสด้าสีขาว หมายเลขทะเบียน กว 5308 อุดรธานี
พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนว่ามีชายหญิงลักลอบจำหน่ายยาบ้า ในหลายตำบล เขตพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานี จึงให้ตำรวจทำการสืบสวน จนทราบตัวนักค้ายาบ้าคู่นี้ ซึ่งเป็นผัวเมียกัน จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่บ้านพักเลขที่12 ตำบลนิคมสงเคราะห์ พบตัวทั้งสองคนคือ นายทศพลหรือต่าย และ น.ส.ราตรีหรือเพ็ญ หลังเห็นตำรวจ ทั้งคู่หน้าซีดและมีอาการพิรุธ จากนั้นตำรวจนำตัวทั้งสองคนไปตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งเป็นไม้ปูนสองชั้น พบยาบ้าอยู่บนเตียงนอน ที่ห้องนอนชั้นล่าง จำนวน 1,735 เม็ด และเจออาวุธปืน ซุกซ่อนไว้อยู่ใต้หมอน จึงได้ทำการตรวจยึดพร้อมกับรถก่อนควบคุมตัวมาโรงพัก
จากการสอบสวน สองผัวเมีย สารภาพว่า อยู่กินด้วยกันมาได้ประมาณ 1 ปี โดยนายทศพล เคยถูกจับกุมในคดียาบ้า จำนวน 30 เม็ด ติดคุกในเรือนจำกลางอุดรธานี ส่วนน.ส.ราตรี ถูกจับกุมในคดียาบ้าจำนวน 20 เม็ด ติดคุกในเรือนกลางบึงกาฬ ในตอนนั้นทั้งสองคนไม่รู้จักกัน โดยมีเพื่อนแนะนำให้เขียนจดหมายหาเพื่อนรักต่างแดนคุก รู้เพียงแค่ชื่อและนามสกุล เท่านั้นไม่เคยเห็นหน้ากัน หลังจากนั้นก็ได้เขียนจดหมายในคุกส่งหากันในการแนะนำตัวว่าเป็นคนนิสัยอย่างไรชอบอะไร และบอกที่อยู่ ก่อนที่จะบอกรักบรรยายในตัวหนังสือ แล้วตั้งชื่อไอดีไลน์เอาไว้ ถ้าพ้นโทษออกจะได้ติดต่อกัน ซึ่งนายทศพล ติดคุกอยู่2ปี 8เดือน พ้นโทษออกมาก่อน มาทำงานรับจ้างเป็นช่างไฟฟ้า และ น.ส.ราตรี ติดคุก2 ปี พ้นโทษออกมาที่หลัง มาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารตามสั่ง
โดยทั้งคู่ทำงานพอมีเงินก็ได้ไปซื้อโทรศัพท์มือถือแล้วสมัครไลน์ จึงได้ติดต่อกันแล้วก็มาอยู่กินด้วย ก่อนหวนกลับไปค้ายาบ้า โดยเอายาบ้ามาจากนายตุ้ม ชาว จ.บึงกาฬ ซึ่งครั้งแรก 3 ถุง จำนวน 600 เม็ด ในราคาถุงละ 13,000 บาท แล้วมาขายต่อในราคาเม็ดละ 150 บาท หรือขายเป็นถุงละ 15,000 บาท ทำมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่4 ซึ่งจะทำครั้งสุดท้ายว่าจะเลิก ต้องการหาเงิน จำนวน 50,000 บาท และเงินซื้อทองน้ำหนัก1 บาท มาผูกแขนแต่งงานกัน จึงไปเอายาบ้ากับนายตุ้ม มาอีก 20 ถุง จำนวน 2,000 เม็ด เป็นเงินจำนวน 130,000 บาท เมื่อสองวันที่แล้ว ซึ่งนำมาเสพและขายไปแล้วบางส่วน แต่ก็มาถูกตำรวจสืบรู้จับกุมไว้ได้ในที่สุด ทำให้ความฝันของตนทั้งสองคนต้องพังทลายลง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาทั้งสองคน ร่วมกันมียาเสพติดประเภท1 หรือยาบ้า มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย แล้วนำตัวทั้งสองพร้อมของกลาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป