คดีแรก ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อำนาจแทรกแซงศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ กรณี “ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย” หรือ “ศอ.รส.” ออกแถลงการณ์วันที่ 17 เมษายน 2557 ให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อย่างตรงไปตรงมา
คดีที่ 2 เป็นคดีที่ถูกกล่าวหา ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ออกคำสั่งโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจาก เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง
คดีที่ 3 ถูกกล่าวหาร่วม กรณีเป็นผู้บังคับบัญชา ไม่ยับยั้ง “นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น กับพวก ขึ้นเวที “นปช.ลั่นกลองรบ” ในปี 2557 หลายเวที มีเนื้อหาปลุกระดม ข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ
คดีที่ 4 ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ ให้กระทรวงการคลังลงนามในสัญญาเงินกู้ วงเงินรวม 324,606 ล้านบาท ในห้วงเวลาที่ใกล้สิ้นกำหนดระยะเวลากู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย
คดีที่ 5 ถูกกล่าวหาทำผิดรัฐธรรมนูญ 2550 และขัดต่อกฎหมาย ป.ป.ช. กรณีดำเนินการโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ วงเงิน 350,000 ล้านบาท โดยมิชอบ
คดีที่ 6 ถูกกล่าวหาใช้งบประมาณรัฐทำป้ายประชาสัมพันธ์ ระบุข้อความ "อนาคตประเทศไทย อยู่ในมือ ของประชาชน โดยมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย" ที่ปรากฏในต่างจังหวัด อาจจะทำเพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเองและมีประโยชน์ทับซ้อน
คดีที่ 7 ถูกกล่าวหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะเป็นผู้นำรัฐบาล เห็นชอบส่งร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ต่อสภาผู้แทนราษฎร อาจขัดรัฐธรรมนูญ ด้วยวิธีการงบประมาณแผ่นดิน
คดีที่ 8 ถูกกล่าวหาทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ และผิดกฎหมาย ป.ป.ช. กรณีการดำเนินการโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ โดยมิชอบ
คดีสุดท้าย คดีที่ 9 คือ ถูกกล่าวหาทุจริตต่อหน้าที่ และผิดกฎหมาย ป.ป.ช. กรณีกักเก็บ ควบคุม ระบาย หรือบริหารจัดการน้ำผิดพลาด เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยปี 2554 คดีทั้งหมดนี้ ยังอยู่ในชั้นของการพิจารณาไต่สวน และสอบสวนข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช.